9 สนามเทนนิสที่สวยและอลังการที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก

9 Most Stunning Tennis Courts Around the World
จากหน้าผาสูงชันริมชายฝั่ง Amalfi ไปจนถึงคอร์ทลอยฟ้าบนดาดฟ้าหรูในตะวันออกกลาง สนามเทนนิสที่สวยที่สุดในโลกเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า "เทนนิส" เป็นได้มากกว่าแค่เกมกีฬา แต่คือศิลปะแห่งการพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นสนามที่ซ่อนตัวอยู่กลางทะเลทรายอันเงียบสงบ หรือโอบล้อมด้วยความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ สถานที่เหล่านี้มีตั้งแต่คอร์ทสาธารณะที่ต้อนรับนักหวดทุกคน ไปจนถึงพื้นที่ส่วนตัวสุดเอกซ์คลูซีฟสำหรับผู้มีระดับ หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการฝึกฝนฟุตเวิร์ก หรือเพียงอยากซึมซับบรรยากาศที่หาจากไหนไม่ได้ สนามเหล่านี้พร้อมยกระดับเกมของคุณให้พิเศษกว่าที่เคย
1.Il San Pietro di Positano (Amalfi Coast, Italy)

ภายใต้เงาของโรงแรมห้าดาวระดับไอคอนิกบนชายฝั่ง Amalfi คือที่ตั้งของสนามเทนนิสที่กลายเป็นตำนานบทใหม่ในโลกของการท่องเที่ยวและกีฬาไปแล้ว ณ ที่แห่งนี้ ทุกจังหวะการหวดลูกจะเคล้าไปกับกลิ่นอายสดชื่นของสวนซิตรัสที่ลอยมาตามลม โดยมีกำแพงหินแกร่งที่สูงตระหง่านและผืนน้ำสีครามของทะเลไทร์เรเนียน (Tyrrhenian Sea) ทำหน้าที่เป็นดั่งผู้ชมกิตติมศักดิ์
ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ทางเดินลงบันไดที่คดเคี้ยวและสูงชัน ซึ่งช่วยตัดขาดความวุ่นวายภายนอกและเปลี่ยนความรู้สึกให้เหมือนคุณกำลังก้าวเข้าสู่ "ศาสนสถาน" แห่งการกีฬาที่ถูกซ่อนไว้กลางหน้าผา มากกว่าจะเป็นเพียงส่วนกลางของโรงแรม ด้วยบรรยากาศที่ยากจะหาใครเทียบ ทำให้คิวการจองสนามแห่งนี้แน่นเต็ม และเป็นที่ต้องการไม่แพ้โต๊ะอาหารค่ำสุดหรูในตัวเมืองโพซิตาโนแม้แต่น้อย
2.Enchantment Resort (Sedona, USA)

ณ ใจกลาง Boynton Canyon ท่ามกลางประติมากรรมธรรมชาติจากหินทรายสีแดงเพลิง สนามเทนนิสของ Enchantment Resort มอบประสบการณ์การเล่นที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อลังการจนเกือบจะดูเหนือจริง การแข่งขันในยามเช้าที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่คะแนนบนกระดาน แต่มาพร้อมกับอากาศบริสุทธิ์ของทะเลทรายที่ช่วยปลุกประสาทสัมผัส และแสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องลงบนผนังหินทรายจนดูราวกับฉากในภาพยนตร์มหากาพย์
ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทำเล แต่ยังยกระดับความเป็นมืออาชีพด้วยคอร์สเรียนจากครูสอนเทนนิสที่ได้รับการรับรองจาก USPTA อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเดินทางหลายคน ความดึงดูดใจที่แท้จริงอาจไม่ใช่การฝึกซ้อมที่เข้มข้น แต่เป็นการได้ตีโต้กันไปมาท่ามกลางความเงียบสงบของหุบเขา เพื่อซึมซับพลังงานและทัศนียภาพที่สะกดวิญญาณ
3.Hotel du Cap-Eden-Roc (Antibes, France)

ท่ามกลางแสงแดดจ้าของชายฝั่งตอนใต้ของฝรั่งเศส Hotel du Cap-Eden-Roc คือหมุดหมายในตำนานที่เป็นจุดนัดพบโปรดของเหล่าดาราภาพยนตร์และบรรณาธิการแฟชั่นระดับโลก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่คึกคัก สนามเทนนิสดินเหนียว (Clay Court) ของที่นี่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันจนไร้ที่ติ ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ร่มเงาอันร่มรื่นของต้นสนอเลปโป (Aleppo pines) ที่แผ่กิ่งก้านอย่างสง่างาม
เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศแบบ Old-World Glamour ที่หาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว คุณจะได้เห็นพนักงานในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดตาคอยให้บริการอย่างสุภาพ พร้อมเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาๆ ที่แว่วมาจากระเบียงใกล้ๆ จนทำให้การลงสนามตีเทนนิสสั้นๆ กลายเป็นการดื่มด่ำกับช่วงบ่ายที่ยาวนาน และน่าจดจำได้อย่างง่ายดาย
4.Singita Sabora Tented Camp (Serengeti, Tanzania)

การตีเทนนิสใจกลางซาฟารีอาจฟังดูเหมือนเรื่องเพ้อฝัน แต่ที่ Singita Sabora ความเพ้อฝันนั้นถูกเนรมิตให้เป็นจริง สนามเทนนิสแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าสงวนอันกว้างใหญ่กว่า 350,000 เอเคอร์ ในเขตเซเรนเกติ ประเทศแทนซาเนีย ที่ซึ่งผู้ชมของคุณอาจไม่ใช่ฝูงชนในอัฒจันทร์ แต่เป็น "ยีราฟ" ที่เดินผ่านไปมาอย่างสง่างาม หรือฝูงสัตว์ป่าที่แวะเวียนมาให้เห็นเป็นครั้งคราว
ที่นี่ไม่มีเสียงอึกทึก มีเพียงเสียงลมพัดผ่านทุ่งหญ้าสะวันนาเป็นเพื่อนเล่น พื้นผิวสนามหญ้าเทียม (Artificial Grass) ถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรพอที่จะ "เล่นด้วยเท้าเปล่า" เพื่อสัมผัสพื้นโลกได้อย่างเต็มที่ สนามแห่งนี้อาจไม่ใช่ที่สำหรับฝึกเทคนิคท็อปสปินที่ดุดัน แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดโอกาสให้คุณได้ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างตัวคุณ จิตวิญญาณของกีฬา และความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างแท้จริง
5.Burj Al Arab (Dubai, UAE)

หากจะพูดถึงสนามเทนนิสที่เป็นภาพจำระดับโลก คงไม่มีที่ไหนเกินหน้า Burj Al Arab ไปได้ ภาพประวัติศาสตร์ในปี 2005 เมื่อลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนยอดตึกถูกเนรมิตให้เป็นคอร์ทเทนนิสชั่วคราวสำหรับการดวลวงสวิงระหว่างสองตำนานอย่าง Roger Federer และ Andre Agassi ยังคงเป็นภาพที่สะกดสายตาคนทั้งโลกจนถึงปัจจุบัน แม้สนามลอยฟ้านี้จะไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้งาน แต่นั้นก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ และความล้ำหน้าของดูไบไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม สำหรับแขกผู้มาเยือน สนามเทนนิสปกติของโรงแรมแม้จะตั้งอยู่ในระดับความสูงที่พอเหมาะ (ไม่ทำให้เวียนหัวเท่าดาดฟ้า) แต่ยังคงมอบทัศนียภาพของเส้นขอบฟ้าและตึกระฟ้าที่งดงามเหนือคำบรรยาย พร้อมด้วยบริการระดับมาตรฐานเจ็ดดาวที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดจนดูราวกับการแสดงศิลปะที่สมบูรณ์แบบ
6.Stanglwirt (Going am Wilden Kaiser, Austria)

ท่ามกลางทัศนียภาพอันตระการตาของเทือกเขาแอลป์ในออสเตรีย Stanglwirt คือรีสอร์ตเชิงนิเวศ (Eco-Resort) สุดหรูที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมสปาเพื่อการผ่อนคลาย เข้ากับโปรแกรมเทนนิสที่เน้นสมรรถนะสูงได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความโดดเด่นของสนถานที่นี้คือ สนามดินเหนียว (Clay Court) กลางแจ้งของที่นี่ มอบกลิ่นอายความคลาสสิกที่ดูราวกับหลุดออกมาจากฉากภาพยนตร์ James Bond ในยุค 70 ด้วยมาตรฐานระดับโลกและการดูแลที่ไร้ที่ติ อดีตนักเทนนิสอาชีพหลายคนจึงเลือกที่นี่เป็นสถานที่จัดค่ายฝึกซ้อม (Tennis Camp) อยู่บ่อยครั้ง ทำให้ Stanglwirt กลายเป็นมุ่งหมายสำคัญที่นักเทนนิสตัวจริงต้องมาเยือนสักครั้ง เพื่อฝึกซ้อมการหวดลูกแบบ Cross-court ท่ามกลางบรรยากาศเบาบางและอากาศบริสุทธิ์บนที่สูง
7.Four Seasons Resort (Nevis, West Indies)

แม้ทะเลแคริบเบียนจะมีสนามเทนนิสสวยๆ มากมาย แต่เกาะเนวิส (Nevis) กลับโดดเด่นออกมาด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่ผสมผสานความสงบเงียบเข้ากับทิวทัศน์ที่สะกดสายตา Four Seasons Resort แห่งนี้คืออาณาจักรของนักเทนนิสอย่างแท้จริง ด้วยสนามที่มากถึง 11 สนาม กระจายตัวอยู่ท่ามกลางสวนพรรณไม้อันเขียวชอุ่ม โดยมีวิวยอดเขาเนวิส (Peak Nevis) ที่ตั้งตระหง่านและผืนน้ำทะเลสีครามเป็นฉากหลัง
รีสอร์ตแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังโดดเด่นด้วยโปรแกรมเทนนิสที่เข้มข้นและได้มาตรฐานระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันปกติ คลินิกสอนเทนนิสที่ช่วยขัดเกลาฝีมือ หรือโอกาสที่จะได้เรียนกับครูสอนเทนนิสรับเชิญชื่อดัง และหลังจากแมตช์ที่ดุเดือดท่ามกลางแดดแคริบเบียน คุณก็สามารถผ่อนคลายร่างกายได้ทันทีที่สระน้ำใกล้ๆ สนาม ซึ่งรอให้คุณลงไปแช่ตัวคลายร้อนในระยะเดินเพียงไม่กี่ก้าว
8.Soneva Fushi (Baa Atoll, Maldives)

ลึกเข้าไปในพื้นที่สีเขียวอันเงียบสงบบนเกาะส่วนตัวใน Baa Atoll คือที่ตั้งของสนามเทนนิสแห่ง Soneva Fushi สถานที่ซึ่งนิยามความหรูหราแบบ "เท้าเปล่า" (Barefoot Luxury) ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่นี่มอบทางเลือกที่เหนือระดับด้วยสนามเทนนิสกลางแจ้งที่เปิดรับสายลมจากมหาสมุทรอินเดีย หรือสนามในร่มมาตรฐานโอลิมปิก ซึ่งทั้งสองแห่งถูกโอบล้อมด้วยพรรณไม้เขตร้อนที่หน้าตา สร้างบรรยากาศการเล่นที่สดชื่นและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด
ความพิเศษที่ทำให้นักหวดทั่วโลกถวิลหา คือโปรแกรม "Soneva Stars" ที่เปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักได้ลงสนามฝึกซ้อมกับนักเทนนิสระดับตำนานของโลกที่หมุนเวียนกันมาเป็นแขกรับเชิญ หรือจะเลือกติวเข้มกับผู้ฝึกสอนมืออาชีพประจำรีสอร์ตก็ได้เช่นกัน นี่ไม่ใช่แค่การเล่นเทนนิสในวันหยุด แต่คือการยกระดับเกมกีฬาให้กลายเป็นประสบการณ์ชีวิตรูปแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากทุกสนามที่คุณเคยสัมผัส
9.Hamilton Princess & Beach Club (Hamilton, Bermuda)

ท่ามกลางเสน่ห์ของเกาะเบอร์มิวดา Hamilton Princess หรือที่รู้จักกันในนาม "The Pink Palace" มอบประสบการณ์การเล่นเทนนิสที่เปี่ยมด้วยสีสันและชีวิตชีวา ด้วยสนามฮาร์ดคอร์ต (Hard Court) 3 สนามที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือชายฝั่งสีพาสเทลของอ่าว Sinky Bay ฉากหลังของที่นี่คือตัวโรงแรมสีชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ รายล้อมด้วยทิวต้นปาล์มที่พลิ้วไหวตามแรงลมทะเล และอยู่ห่างจากไพรเวทบีชคลับที่เงียบสงบเพียงไม่กี่ก้าว
สนามที่นี่นอกจากจะได้รับการดูแลให้ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามที่ถ่ายรูปสวยที่สุด ด้วยองค์ประกอบของสีสันที่ตัดกันอย่างลงตัวระหว่างสีชมพูของอาคาร สีเขียวของพรรณไม้ และสีครามของมหาสมุทร รีสอร์ตแห่งนี้ยังมอบความสะดวกสบายด้วยบริการอุปกรณ์ฟรีสำหรับแขกผู้เข้าพัก พร้อมคอร์สเรียนกับผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ทำให้การเล่นเทนนิสที่นี่ดูสนุกสนาน มีชีวิตชีวา และให้ความรู้สึกสวยงามราวกับภาพวาดที่เหนือจริง
ท้ายที่สุดแล้ว สนามเทนนิสที่คัดสรรมาทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า "พื้นที่กีฬา" ไม่ได้เป็นเพียงแค่ฉากหลังของการหวดลูกสักหลาด แต่คือจุดหมายปลายทางที่ทรงคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าคุณจะมีวงสวิงที่เฉียบคมระดับมืออาชีพ หรือเพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการจับแร็กเกตเป็นครั้งแรก การได้ก้าวเท้าเข้าสู่สถานที่เหล่านี้จะช่วยย้ำเตือนใจเราเสมอว่า
"ความงดงามที่แท้จริงของกีฬาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เทคนิคหรือผลแพ้ชนะบนกระดานคะแนน แต่อยู่ที่บรรยากาศและจิตวิญญาณของสถานที่ซึ่งโอบล้อมเราไว้"
จากหน้าผาสูงชันในอิตาลีไปจนถึงทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา ทุกฝีเท้าที่เคลื่อนไหวและทุกลูกที่ตีโต้ไปมาท่ามกลางทัศนียภาพระดับโลก จะเปลี่ยนการออกกำลังกายธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่า ซึ่งจะตราตรึงอยู่ในใจของนักเดินทางและคอกีฬาไปอีกนานแสนนาน
Credit: https://www.tatlerasia.com/lifestyle/travel/stunning-tennis-courts-around-the-world-th

