ทัวร์อิตาลี โดโลไมท์ 2569

เวนิส - โคโม่ - มิลาน

10 วัน 7 คืน

ไฮไลต์ : ปรากฏการณ์ Alpenglow แสงแห่งขุนเขา, FORESTIS DOLOMITES Resort โรงแรมที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและวิวที่สวยที่สุด, Venice เมืองแห่งสายน้ำที่ได้ชื่อว่าสวยงามและโรแมนติก

" ประสบการณ์ การออกเดินทางของเรา

ที่อยากให้คุณได้สัมผัส "

รายละเอียดทริป

อิตาลี

โดโลไมท์- เวนิส - โคโม่ - มิลาน

ดื่มด่ำธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ของ Dolomites

สัมผัสความสงบงามของ Lake Como

และปิดท้ายทริปแบบชิค ๆ ที่ Milan เมืองแฟชั่นระดับโลก

 Coming Soon

 10 วัน 7 คืน

 TURKISH AIRLINES

 อิตาลี

฿ 209,000.-/ท่าน

DAY 1 : สนามบินสุวรรณภูมิ - อิสตันบลู
  • 19:30 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ส่วนผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขาออก เคาน์เตอร์ สายการบิน TURKISH AIRLINES เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกในการโหลดกระเป๋าสัมภาระ และด้านเอกสารก่อนขึ้นเครื่อง
  • 22:45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติ อิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ TK69 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง)
DAY 2 : อิสตันบลู - เวนิส
  • 04:45 น. เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล (IST) เพื่อรอต่อเครื่อง
  • 06:50 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติ VENICE MARCO POLO (VCE) โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK1867 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)
  • 08:20 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ VENICE MARCO POLO เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ให้ท่านผ่านกระบวนการผ่านคนเข้าเมือง และ รับกระเป๋าที่สายพาน จากนั้น ออกเดินทางโดย TAXI BOAT เข้าสู่ เกาะเวนิช
  • เกาะเวนิส (Venice) หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยการคมนาคมทั้งเมืองใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น "เมืองแห่งสายน้ำ มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง
  • นำท่านเช็คอินโรงแรม จากนั้น นำท่านไปรับประทานอาหารกลางวัน
  • อิสระให้ท่านได้มีเวลาเดินเที่ยวชมเกาะอันสุดแสนโรแมนติกตามอัธยาศัย เลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก เช่น เครื่องแก้วมูราโน่ , หน้ากากเวนิส หรือ เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นชั้นนำ หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1720 หรือ นั่งเรือกอนโดล่า เรือพื้นเมืองของชาวเวนิส ล่องชมความสวยงามโดยรอบของเกาะเวนิส
  • เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • เดินชมความสวยงามโดยรอบของเมืองเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs เที่มีเรืองราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับ วังดอดจ์ (Doges Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองเมืองเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาแล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสซานมาร์โค (St. Marks Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในทวีปยุโรป จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาณาเขตอันงดงาม โบสถ์ซานมาร์โค (St. Marks Bacilica)ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบ ศิลปะไบแซนไทน์
  • ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • ที่พัก HOTEL SAN CASSIANO CA FAVRETTO 4 ดาว หรือเทียบเท่า

DAY 3 : โดโลไมท์ - คอร์ตินา ดอมเปซโซ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • อิสระเวลาช่วงเช้าตามอัธยาศัย
  • เที่ยง - อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
  • 12.00 น. CHECK OUT ออกจากโรงแรม ออกเดินทางโดย TAXI BOAT มาส่งที่ยัง VENICE AIRPORT เพื่อนั่งรถต่อเข้าไปยัง เทือกเขาโดโลไมท์ (ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชม.) นั่งรถไปยัง เทือกเขาโดโลไมท์ ฝั่งตะวันออก
  • เดินทางสู่ โดโลไมท์ (Dolomites Mountains) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ที่ทอดตัวอยู่ในเขตอิตาลีตอนเหนือ มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณแคว้นทิโรลใต้ และแคว้นเนเนโต้ เทือกเขาโดโลไมท์ ได้ชื่อว่าเป็นแนวเขาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเนื่องจากลักษณะของยอดเขาต่างๆ ที่แทงยอดสูงเสียดฟ้ามีทัศนียภาพงดงาม จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของนักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดทั้งในช่วงฤดูหนาวที่มีสกีรีสอร์ทเปิดต้อนรับนักสกี และในฤดูร้อน ที่นี่ยังมีทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้สวยตลอดช่วงเทือกเขา
  • จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองคอร์ตินา ดอมเปซโซ (Cortina dAmpezzo)เมืองรีสอร์ทสุดหรูในหุบเขาแห่งเทือกเขาโดโลไมท์ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 10 สกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เมืองแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสวรรค์ของผู้รักธรรมชาติ มีทุ่งหญ้าสีเขียวสลับกับเทือกเขาหินปูนสีเงินอมชมพูที่เปล่งประกายยามต้องแสงอาทิตย์ สายน้ำ ไหลเอื่อยจากธารน้ำ แข็ง และอากาศเย็นสบายบริสุทธิ์ตลอดวัน จนได้รับฉายาว่า The Queen of the Dolomites เมืองนี้เคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิ กฤดูหนาวปี ค.ศ.1956 และยังเป็ นสถานที่ถ่ายทำ ภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง James Bond 007 For Your Eyes Only อีกด้วย เพลิดเพลินกับบรรยากาศของเมืองรีสอร์ทสไตล์อัลไพน์สุดหรู
  • เดินเล่นตามถนนสายหลัก Corso Italiaที่เรียงรายด้วยบูติกแบรนด์เนมหรู คาเฟ่ และร้านอาหารสไตล์ยุโรป พร้อมชมทิวเขา Dolomites ที่ทอดตัวอยู่เบื้องหลังอย่างสง่างาม ก่อนรับประทานอาหารค่ำ ภายในเมือง ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและวิวภูเขาที่งดงามราวภาพวาด
  • ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • ที่พัก Franceschi Park Hotel 4 ดาว หรือเทียบเท่า

DAY 4 : ทะเลสาบมิซูริน่า - Tre Cime di Lavaredo - ทะเลสาบเบรียส
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • เดินทางสู่ ทะเลสาบมิซูริน่า (Lake Misurina) ได้รับสมญาว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งเทือกเขาโดโลไมต์ ด้วยความสูงราว 1,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ผืนน้ำสีฟ้าครามสะท้อนภาพเทือกเขาหินปูนสีขาวนวลอย่างงดงามดุจภาพวาด ในยามเช้าหมอกบางลอยเหนือผิวน้ำ ให้บรรยากาศสงบโรแมนติก ทะเลสาบแห่งนี้ยังมีตำนานเล่าขานว่าน้ำของมิสูรินามีเวทมนตร์รักษาจิตใจที่อ่อนล้า จึงเป็นที่ตั้งของศูนย์พักฟื้นสำหรับผู้ป่วยโรคหืดในสมัยก่อน และยังคงเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของนักเดินทางที่มองหาความสงบและความงามเหนือคำบรรยาย
  • จากนั้น เดินทางสู่ Tre Cime di Lavaredo (The Three Peaks of Lavaredo) จาก Misurina Lake ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การเข้าเยี่ยมชมของโดโลไมต์ ภูเขาหินขนาดใหญ่ 3 ลูกเรียงตัวกันเป็น 3 ขุนเขา Tre Cime เป็นมุมที่จะมองเห็นยอดทั้ง 3 ได้อย่างชัดเจน อันได้แก่ Cima Piccola 2,857m. Cima Grande 2,999m. และ Cima Ovest 2,973m. นอกจากนี้ยังเป็นสวรรค์ของนัก Trekking เพราะระดับความยากของที่นี่อยู่ที่ระดับปานกลางเท่านั้น
  • เดินทางแวะรับประทานอาหาร ที่ Rifugio Locatelli เป็นที่พักและร้านอาหารแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของ Tre Cime เป็นจุดแวะพักผ่อนและทานอาหารของนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเริ่มเดินต่อไป
  • เที่ยง - อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
  • Special Recommendation Trekking at Tre Cime di Lavaredo สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความงดงามของเทือกเขาโดโลไมต์อย่างใกล้ชิด ขอแนะนำกิจกรรมเดินป่าชมวิวรอบ Tre Cime di Lavaredo เส้นทางยอดนิยมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่งดงามที่สุดในยุโรป ระยะทางประมาณ 8-10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเฉลี่ย 3-4 ชั่วโมง ผ่านทิวทัศน์ขุนเขาหินปูนสีขาวตัดกับท้องฟ้าและทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่สวยราวภาพวาด
    คำแนะนำในการเตรียมตัวสำหรับการเดินป่า
    • สวมรองเท้าเดินเขาที่พื้นยึดเกาะได้ดีและกันน้ำ
    • เตรียมเสื้อกันลม / กันฝน และเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
    • สวมหมวก แว่นกันแดด และทาครีมกันแดด เนื่องจากอยู่ในระดับความสูงกว่า 2,300 เมตร
    • พกน้ำดื่มและขนมพลังงานระหว่างทาง
    • แนะนำให้นำไม้โพล (Trekking Poles) สำหรับช่วยทรงตัวและลดแรงกระแทกในช่วงขึ้น-ลงทางลาด
  • จากนั้น เดินทางไปยัง ทะเลสาบ Braies (ใช้เวลา 1.30 ชม.)
  • เดินทางสู่ ทะเลสาบ Braies (Lago di Braies) คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามและโรแมนติกที่สุดของเทือกเขาโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในอุทยานธรรมชาติ Fanes-Sennes-Braies ระดับความสูงกว่า 1,496 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ผืนน้ำสีเขียวมรกตสะท้อนเงายอดเขา Croda del Becco ได้อย่างงดงามราวกระจกใส ในยามเช้าหมอกบางคลอเคลียบนผิวน้ำ สร้างภาพอันเงียบสงบและลึกลับ ส่วนยามบ่ายแสงอาทิตย์จะย้อมทะเลสาบให้เปล่งประกายราวอัญมณี เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลกที่ต้องการสัมผัสความงามเหนือคำบรรยาย ท่านสามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบตามเส้นทางไม้เลาะขอบน้ำ หรือพายเรือไม้สีน้ำตาลแดงอันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนเสน่ห์ของอิตาลีเหนือในบรรยากาศคลาสสิกเหนือกาลเวลา ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนธรรมชาติรอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยสีเขียวสดชื่นของป่าสนและดอกไม้ป่า ส่วนในฤดูหนาวผืนน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งและถูกโอบล้อมด้วยหิมะขาวนวลราวโลกในเทพนิยาย
  • ค่ำ - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารในโรงแรม

ที่พัก Hotel Lago di Braies 4 ดาว หรือเทียบเท่า

  • Hotel Lago di Braies โรงแรมประวัติศาสตร์อันเลื่องชื่อที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบสีมรกต Lago di Braies ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่งดงามที่สุดของอิตาลี และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบของเทือกเขาโดโลไมต์ ตัวโรงแรมสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1899 ในสไตล์อัลไพน์คลาสสิก (Alpine-style) โอบล้อมด้วยวิวทะเลสาบและภูเขาหิมะสีขาวสะอาดตา ทุกห้องพักได้รับการตกแต่งด้วยไม้สนหอมอ่อนให้กลิ่นธรรมชาติ พร้อมระเบียงส่วนตัวให้ท่านได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกเหนือผืนน้ำสีเขียวมรกตอันเงียบสงบ ในยามเช้าท่านสามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบ ถ่ายภาพสะท้อนของยอดเขา Croda del Becco
DAY 5 : Saint Maddalena
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • จากนั้น เดินทางไปยัง Saint Maddalena หมู่บ้านเล็กๆ ที่แทรกตัวอยุ่ในหุบเขาส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Puez-Odle โดยมีชื่อเสียงจากทิวทัศน์หุบเขาซึ่งได้ชื่อว่างดงามที่สุดในแคว้นทิโรลใต้ มีจุดชมวิวที่มองเห็น Odle Group หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Geisler Group ซึ่งเป็นกลุ่มยอดเขาแหลมเหมือนฟันฉลาม เป็นที่นักเดินทางต้องมาเยือนมียอดเขาหลักคือ Sass Rigais และ Furchetta ทั้งสองยอดสูง 3025 เมตรเท่ากัน บริเวณที่ตั้งโบสถ์ Santa Magdalena
  • แวะไปถ่ายรูป ที่ Church of St. John โบสถ์เซนต์จอห์น (Kirche St. Johann in Ranui) อันเป็นเอกลักษณ์ บริเวณนี้ คือ หมู่บ้าน Villnöß (Val di Funes) แสนสงบ และ น่ารัก หากมีเวลาท่านเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ
  • เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • นำท่าน เข้าเช็คอินสู่โรงแรมที่พัก ไฮไลท์ของทริปเรา FORESTIS DOLOMITES Where Silence Becomes Luxury ที่ซึ่งความเงียบงาม กลายเป็นความหรูหราที่แท้จริง ท่ามกลางผืนป่าลึกของเทือกเขาโดโลไมต์ ที่ระดับความสูงกว่า 1,800 เมตร จากระดับน้ำ ทะเล ที่นี่ คือรีสอร์ตระดับ 5 ดาวสุดหรูที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าสนแห่ง South Tyrol โดยมีแนวคิด Luxury in Simplicity ผสานสถาปัตยกรรมมินิมัลเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ทุกห้องพักถูกออกแบบให้หันหน้าสู่ยอดเขา Odle และ Sass de Putia โดยมีเพียงผนังกระจกใสจากพื้นจรดเพดานกั้นระหว่างผู้เข้าพักกับผืนป่า สร้างความรู้สึกเหมือน "พักอยู่ในป่า" อย่างแท้จริง
  • ให้ท่านอิสระพักผ่อน ช่วงบ่าย-เย็น ใช้ Facilities ภายในโรงแรมอย่างเต็มที่ จนถึง มื้อเย็นพร้อมรับประทานอาหารเย็น ภายในโรงแรมที่พัก ให้ท่านเลือก เมนู Detox หรือ เมนูแนะนำ จากเชฟที่สลับสับเปลี่ยนในแต่ละวัน
  • ที่พักThe Forestis Dolomite 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  • โรงแรมแห่งนี้ เป็น Wellness Spa ที่ถือเป็นศูนย์บำ บัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธาตุทั้ง 4 (น้ำ อากาศ แสง ไม้) ประกอบด้วย Sauna Forest Room, Stone Massage Pool, Snow Room และ Outdoor Heated Pool กลางขุนเขา Yoga & Meditation Deck บนลานไม้กลางป่า ให้แขกได้เชื่อมโยงจิตใจกับธรรมชาติอย่างสงบ Fine Dining Restaurant เสิร์ฟเมนู Fine Dining โดยเชฟชื่อดัง ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากฟาร์มออร์แกนิก ในคอนเซปต์ Forest Cuisine จับคู่กับไวน์จากไร่องุ่นท้องถิ่นใน Alto Adige Private Concierge Service จัดกิจกรรมพิเศษเฉพาะตัว เช่น Sunrise Hike, Forest Bathing, E-Bike Tour หรือ Helicopter Transfer สู่ Tre Cime
DAY 6 : ออติเซ่ - ยอดเขา Seceda - ทะเลสาบคาเรซซ่า
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • ช่วงเช้าอิสระ ภายในโรงแรม ตามอัธยาศัย ภายในโรงแรม ให้ท่านพักผ่อนอย่างเต็มที่
  • 11.00 น. Check Out ออกจากโรงแรมที่พัก
  • จากนั้นเดินทางไปยัง เมือง Ortisei (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) นับว่าเป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามเป็นเมือง ski resort ด้วยบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ รวมถึงมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมหมู่บ้านที่มีสีสันสวยงามเรียงรายกันราวกับหลุดเข้ามาในเมืองสีพาสเทล
  • เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • เดินทางขึ้นสู่ ยอดเขา Seceda คือหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุด ของเทือกเขาโดโลไมต์ โดดเด่นด้วยแนวสันเขาหินปูนที่ทอดตัวยาว เหนือหมู่บ้าน Ortisei เปิดมุมมองพาโนรามา 360 องศา ให้ท่านได้ สัมผัสท้องฟาใส แสงอาทิตย์ และทะเลหมอกที่ลอยละล่องเหนือขุนเขา
  • การเดินทางขึนไปยังยอดเขา Seceda แบ่งเป็นสองช่วง คือเคเบิลคาร์ (กระเช้าโดยสารเเบบนังได้ 4 คน) ในช่วงเเรกระหว่าง Ortisei – Furnes และกอนโดล่า (กระเช้าโดยสารขนาดใหญ่แบบยืน) จาก Furnes ถึงยอดเขา Seceda ที่ระดับความสูง 2500 เมตรเหนือระดับนําทะเล Seceda Summit Cross เป็นเเท่นรูปวงกลมเเสดงรายชื่อและความสูงของภูเขาต่างๆที่รายล้อมอยู่ในแถบนี้ จุดชมวิวที่โดดเด่นคือ มุมมหาชนที่ได้รับการบันทึกมากที่สุด ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาต่างๆรายรอบ
  • จากนั้น เดินทางสู่ ทะเลสาบคาเรซซ่า (Lago di Carezza) ซึ่ง รู้จักกันในชื่อ ทะเลสาบสายรุ้ง และ ทะเลสาบเทพนิยายแห่งเทือกเขาโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านคาเรซซา หมู่บ้านเล็กๆ ตรงด้านล่างของช่องเขาคอสตาลุงกา (Costalunga) ทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีแม่น้ำ สาขาและมีหิมะละลายและน้ำพุใต้ดิน ส่งผลให้ระดับน้ำขึ้น-ลงอย่างมากทำ ให้มองเห็นเทือกเขา ตอร์รี ดิ ลาเตมาร์ (Torri di Latemar) สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ และรอบทะเลสาบเต็มไปด้วยป่าสนสปรูซที่หากมีหมอกหนาซึ่งกลายเป็ นแรงบันดาลใจให้กับตำนานพ่อมดและนางไม้มานานหลายศตวรรษ
  • ที่พัก Cyprianerhof - Dolomite Resort 5 ดาว หรือเทียบเท่า

  • โรงแรมแห่งนี้ เป็น Wellness Spa ที่ถือเป็นศูนย์บำ บัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธาตุทั้ง 4 (น้ำ อากาศ แสง ไม้) ประกอบด้วย Sauna Forest Room, Stone Massage Pool, Snow Room และ Outdoor Heated Pool กลางขุนเขา Yoga & Meditation Deck บนลานไม้กลางป่า ให้แขกได้เชื่อมโยงจิตใจกับธรรมชาติอย่างสงบ Fine Dining Restaurant เสิร์ฟเมนู Fine Dining โดยเชฟชื่อดัง ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากฟาร์มออร์แกนิก ในคอนเซปต์ Forest Cuisine จับคู่กับไวน์จากไร่องุ่นท้องถิ่นใน Alto Adige Private Concierge Service จัดกิจกรรมพิเศษเฉพาะตัว เช่น Sunrise Hike, Forest Bathing, E-Bike Tour หรือ Helicopter Transfer สู่ Tre Cime
DAY 7 : Alpe di Siusi - มิลาน
  • เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • ช่วงเช้าอิสระภายในโรงแรมตามอัธยาศัย ให้ท่านพักผ่อนอย่างเต็มที่
  • 11.00 น. - Check Out ออกจากโรงแรมที่พัก
  • จากนั้น เดินทางจากโรงแรมไปยัง Alpe di Siusi ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที
  • นำท่านนั่งกระเช้าขึ้นสู่บนเนินเขาที่เราเรียกว่า Alpe di Siusi ขึ้นไปที่ระดับความสูง 1,684 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของหุบเขาโตรกผา โดยมีเทือกเขา Sasolungo Mountain Range ที่มีรูปทรงประหลาด ยอดเขาแหลมชันเป็นจุดเด่น มีเส้นทางเดินลัดเลาะสู่จุดชมวิวต่างๆ ให้ท่านมีเวลาเก็บภาพสวยๆ อันประทับใจ ก่อนท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศสุดที่จะบรรยาย
  • เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • ออกเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.) ศูนย์กลางแห่งแฟชั่น ศิลปะ และสถาปัตยกรรมของอิตาลี เมืองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบโมเดิร์นผสมกลิ่นอายคลาสสิกอย่างลงตัว ระหว่างทางเพลิดเพลินกับทัศนียภาพชนบทของแคว้นลอมบาร์ดี (Lombardy) ที่ทอดยาวด้วยทุ่งองุ่นและเนินเขาสีเขียว ก่อนเข้าสู่มหานครที่เปล่งประกายด้วยเอกลักษณ์ของความหรูหราแบบอิตาเลียน มิลานคือเมืองที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ จากโดมมหาวิหาร Duomo di Milano อันวิจิตร ไปจนถึงถนนช้อปปิ้งระดับโลก Via Montenapoleone และย่านศิลปะ Brera ที่มีเสน่ห์ในทุกมุมถนน
  • ค่ำ - บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • ที่พัก UNA Hotels Century Milano 4 ดาว หรือเทียบเท่า

DAY 8 : โคโม่ - เมืองเบลลาจิโอ้
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • ออกเดินทางไปยังเมือง โคโม่ (Como) (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม) ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นเมืองที่อยู่ติดกับ ทะเลสาบโคโมและเทือกเขาแอลป์ทำ ให้โคโมเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกเมืองนึงที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกัน ถ่ายรูปกับ ทะเลสาบโคโม (Como Lake)

  • ท่านสามารถ ลงเรือล่องทะเลสาบโคโม่ แบบส่วนตัว (กรุณาสอบถามราคาทัวร์เสริมกับทีมงาน)
    • ชมความสวยงามของ เมืองต่างๆที่เรียงรายอยู่ริมทะเลสาบโคโม ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศของบรรดาเศรษฐีในยุโรป และทั่วโลก
    • ล่องเรือขึ้นไปยังทะเลสาบ ชื่นชมวิลล่าเกโน วิลล่าทรูเบ็ตซ์คอย วิลล่าคาเดอมาร์โตริ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลชื่อดัง และหมู่บ้านทอร์โน
    • จากนั้นเราก็ข้ามทะเลสาบไปอีกฝั่งหนึ่งมุ่งหน้าไปยังบ้านของจอร์จ คลูนีย์ ผ่านเมืองลากลิโอ,มอลทราซิโอ, คาราเต้ ยูริโอ, วิลลา จิอันนี เวอร์ซาเซ,วิลลา พิซโซ, วิลลา เดอ เอสเต, วิลลา เซอร์โนบีโอ,วิลลา เออร์บา, วิลลา ฟลอรี, วิลลา เดล กรูเมลโล และวิลลา โอลโม วิลล่าทั้งหมดนี้ ท่ามกลางอีกหลายหลัง ที่ไม่โด่งดังแต่สวยงามมากทีเดียว
  • แวะชม Villa Balbianello คฤหาสน์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนแหลมที่ยื่นไปในทะเลสาบ Como ก่อสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เดิมทีใช้เป็ นโบสถ์คริสต์และเป็นที่พำนักของพระคาร์ดินัล Angelo Maria Durini ก่อนที่จะกลายมาเป็ นคฤหาสน์สุดหรูที่เศรษฐีชาวอิตาลีนามว่า Guido Monzino เข้ามาซื้อไปในปี 1974 และเปลี่ยนให้เป็นที่พักร้อนของตัวเขาเองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวจัดงานแต่งงาน หรือ ถ่ายทำ ภาพยนตร์
  • แวะชม เมืองเบลลาจิโอ้ (Bellagio) หนึ่งในหมู่บ้านท่องเที่ยวที่สวยที่สุดตั้งอยู่ริม ทะเลสาบโคโม่ที่มีชื่อเสียง เพลิดเพลินกับการเดินเล่น ชมบ้านเรือน ร้านค้าพื้นเมืองต่างๆ โบสถ์ประจำ เมือง พักผ่อนอย่างแท้จริงกับการนั่งดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่ม ในร้านริมทะเลสาบที่สวยงาม อิสระเลือกรับประทานอาหารกลางวันเองตามอัธยาศัย บนเกาะเบลลาจิโอ ที่มีร้านอาหารพื้นเมืองมากมายให้ได้เลือกลิ้มลองกับบรรยากาศสวยๆ ได้เวลาสมควรแล้วเดินทางกลับ โคโม่ ระหว่างทางเรือ แวะเมืองเล็กเมืองน้อยที่สวยงามน่ารัก ให้ได้ชมความสวยงามจากบนเรือ
  • เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • จากนั้นเดินทางกลับเข้าสู่ มิลาน (Milan)
  • นำท่านสู่ แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งนี้นั้นชื่อของศูนย์การค้าตั้งตามชื่อของกษัตริย์องค์แรกของราชอาณาจักรอิตาลี พระเจ้าวิตโตรีโอ เอมานูเอเลที่ 2 แห่งอิตาลี โดยโครงสร้างหลักของอาคาร 4 ชั้นนั้นประกอบไปด้วยทางเดินภายใต้หลังคาโค้ง 2 ทางเดินที่มีจุดตัดเป็นรูปแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่บนถนนที่เชื่อมระหว่างปี ยัซซาเดลดูโอโมไปจนถึงปียัซซาเดลลาสกาลา ซึ่งทางเดินนี้ได้ถูกปิดด้วยกระจกและหลังคาที่เป็นเหล็กหล่อออกแบบเป็นช่องโค้งตามแบบของสถาปัตยกรรมยอดนิยมของคริสต์ศตวรรษที่19 จุดตัดกึ่งกลางของทางเดินรูปแปดเหลี่ยมนั้นเป็ นบริเวณที่ถูกสร้างขึ้นเป็นโดมกระจกบนพื้นมีงานโมเสกสี่ชิ้นทำ เป็นรูปตราสัญลักษณ์ของเมืองหลวงทั้ง 3 แห่งของอิตาลี อันได้แก่ ตูริน โรม และฟลอเรนซ์ และงานอีกหนึ่งชิ้นคือของเมืองมิลาน
  • ที่พัก UNA Hotels Century Milano 4 ดาว หรือเทียบเท่า

DAY 9 : มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน - อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 - อนุสาวรีย์ ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ - อิสตันบลู
  • เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • นำท่านถ่ายรูปด้านนอก มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิค อันได้ชื่อว่าเป็นวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลาน เป็นแลนด์มาร์กสำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของมิลานที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อมาเยือนมิลาน ชมอนุสาวรีย์ของกษัตริย์วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 (Vittorio Emanuele II Monument) อนุสาวรีย์รูปปั้นขณะทรงม้าตั้งตระหง่านอยู่กลางจัตุรัสหน้าดูโอโม่ พระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอล ที่ 2 แห่งราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย ทรงรวบรวมรัฐต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว และสถาปนาราชอาณาจักรอิตาลีได้สำเร็จ จึงทรงขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์อิตาลีพระองค์แรก
  • นำท่านผ่านชม อนุสาวรีย์ ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ (Monument to Leonardo da Vinci) เป็นศิลปินชาวอิตาลีที่เป็นทั้งสถาปนิกแบบเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาค นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต และจิตรกร
  • นำท่าน CHECK OUT ออกจากโรงแรมที่พัก เดินทางสู่สนามบินมิลาน
  • 12:00 น. เดินทางถึง สนามบินมิลาน เพื่อเช็คอินและโหลดกระเป๋า
  • 15:10 น. ออกเดินทางสู่ อิสตันบลู โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK1869(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)
  • 19:05 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอิสตันบูล (IST) เพื่อรอต่อเครื่อง
  • 20:20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK64 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง)
DAY 10 : กรุงเทพฯ
  • 09:45 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

อิตาลี : โดโลไมท์- เวนิส - โคโม่ - มิลาน

อัตราค่าบริการ  (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)

ราคา / ท่าน (บาท)

ผู้ใหญ่ พัก ห้องละ 2 ท่าน

209,000.-

เด็ก อายุ 2-12ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

xx,xxx.-

ราคาพักเดี่ยว ห้อง Superior ชำระเพิ่มท่านละ 

xx,xxx.-

หมายเหตุ : ราคานี้สำหรับจำนวนผู้เดินทาง 20 ท่านขึ้นไป

Description

อัตราค่าบริการนี้รวม :

  • ค่าวีซ่าเชงเก้ง อิตาลี (กรุณาเผือเวลาในการยืนล่วงหน้า 1 เดือน ก่อนการเดินทาง)
  • ค่ารถปรับอากาศนําเทียวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชํานาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12ช.ม./วัน
  • โรงแรมทีพักพร้อมอาหารเช้า ตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับ 4-5 ดาว
  • ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในประเทศ
  • ค่าบริการนําทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ ผู้มีประสบการณ์นําเทียวให้ความรู้ และช่างภาพมืออาชีพบริการถ่ายภาพให้ตลอดทริป
  • ค่าทิปพนักงานขับรถในยุโรป และไกด์นําเทียว
  • ค่านําดื่มบริการทุกวัน ไม่จํากัดจํานวน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆที่ระบุในรายการทัวร์ ค่าภาษีมูลค่าเพิม 7 % จากค่าบริการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (หากมีความประสงค์จะเพิ่มความคุ้มครองในกรณีสัมภาระในการเดินทาง
  • สูญหายตลอดจนความล่าช้าของสัมภาระและเทียวบิน กรุณาสอบถามเพิมเติมกับทางบริษัท)

อัตราค่าบริการนีไม่รวม :

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครืองดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  • ค่านําหนักที่เกินจากที่สายการบินกําหนด
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋า ในกรณีต้องการให้ส่งถึงห้องพักของท่าน

เงื่อนไขการจองทัวร์ :

  • กรุณาติดต่อ LINE : @ateliertravelth ส่งหน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง เพื่อแจ้งสํารองที่นั่ง
  • ชําระเงินมัดจํา 50% ภายใน 3 วันหลังจากทําการจอง
  • ชําระค่าทัวร์ส่วนทีเหลือ ก่อนการเดินทาง 30 วัน
  • หากไม่ชําระในเวลาที่กําหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัททําการยกเลิกและยินยอมให้ยึดมัดจําท่านที

ติดต่อสอบถาม / จองทัวร์

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้