แชร์

12 travel location in new Zealand

อัพเดทล่าสุด: 1 เม.ย. 2026
7 ผู้เข้าชม

12 ที่เที่ยว New Zealand 2026: เจาะลึกเส้นทางสายธรรมชาติและธารน้ำแข็งที่ห้ามพลาด

1.TRANZALPINE RAILWAY (CHRISTCHURCH - ARTHUR'S PASS)

สัมผัสประสบการณ์การสำรวจเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ (Southern Alps) ไปกับรถไฟ TranzAlpine หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในโลก คุณจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงาม จากความสะดวกสบายบนขบวนรถไฟ เริ่มต้นด้วยทุ่งกว้างแห่งที่ราบแคนเทอร์เบอรี (Canterbury Plains) และพื้นที่เกษตรกรรม ตามมาด้วยหน้าผาที่งดงามตระการตาและหุบเขาแม่น้ำไวมะคาริริ (Waimakariri River)

จากนั้นรถไฟจะมุ่งหน้าเข้าสู่เทือกเขาแอลป์ตอนใต้ (Southern Alps) อันสง่างามมุ่งสู่ อุทยานแห่งชาติอาเธอร์สพาส (Arthurs Pass National Park) ก่อนจะลดระดับผ่าน Beech Rainforest ที่เขียวชอุ่มก่อนมุ่งหน้าสู่เมือง เกรย์เมาท์ ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งที่ดีเยี่ยมสำหรับการไปเยือนพูนากาอิกิ (Punakaiki) และธารน้ำแข็งยอดนิยมต่างๆ

 ไฮไลท์ระหว่างเส้นทาง

  • ฝั่งตะวันออก (East): เพลิดเพลินกับการพักผ่อนใน Christchurch เมืองแห่งสวนดอกไม้ หรือแวะที่ Springfield เพื่อขี่ม้าท่องเที่ยวเข้าไปในแถบภูเขา
  • จุดกึ่งกลาง (Centre): แวะที่ Arthur’s Pass เพื่อสัมผัสเส้นทางเดินเขาที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของนิวซีแลนด์
  • ฝั่งตะวันตก (West): สัมผัสความเงียบสงบของ Lake Brunner และออกเดินทางจากเมือง Greymouth เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนแห่งธารน้ำแข็ง (Glacier Country)

2.HOKITIKA

โฮกิติกะ (Hokitika) เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตก (West Coast) ของเกาะใต้นิวซีแลนด์ เมืองนี้ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลแทสมัน (Tasman Sea) และเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงามตระการตา และพบกับเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะในทุกมุม

จิตวิญญาณแห่งหินหยก (Pounamu)

เสน่ห์ทางศิลปะส่วนใหญ่ของโฮกิติกะมีรากฐานมาจาก หินพูนามู (Pounamu) หรือหยกนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่พบได้ในแถบนี้:

  • แหล่งกำเนิดและงานฝีมือ: ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการมาทำความเข้าใจความสำคัญของหินชนิดนี้ และเลือกซื้อเครื่องประดับหรือของสะสมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • การสืบสานประเพณี: ช่างแกะสลักพูนามูในเมืองนี้ยังคงรักษาศิลปะและประเพณีดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี ช่วยให้มรดกทางวัฒนธรรมยังคงมีชีวิตชีวา พร้อมกับช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่นและสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน

Sunset Point (Gibson Quay)

จุดนี้ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ "ดีที่สุด" ของเมือง

  • ไฮไลท์: ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำโฮกิติกะ (Hokitika River mouth) ซึ่งคุณจะได้เห็นภาพพระอาทิตย์ตกลงสู่ทะเลแทสมัน (Tasman Sea) 
  • มุมถ่ายรูป: มีแท่นชมวิว (Lookout platform) ให้คุณได้ขึ้นไปเก็บภาพมุมสูง และยังมีซากเรืออับปางจำลอง (Shipwreck memorial) ที่ตั้งอยู่บริเวณนั้น ซึ่งให้บรรยากาศที่ดูขรึมและมีเสน่ห์มากในยามเย็น
  • บรรยากาศ: เป็นจุดที่ได้รับความนิยมมาก ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นมักจะมานั่งปิกนิกหรือทาน Fish & Chips พร้อมชมแสงสุดท้ายของวัน

Hokitika Beach (บริเวณป้ายไม้ Driftwood)

เดินจากใจกลางเมืองมาเพียง 5 นาที คุณจะพบกับชายหาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • ไฮไลท์: ป้ายคำว่า "HOKITIKA" ที่ทำจากกิ่งไม้ริมทะเล (Driftwood) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คยอดฮิตบน Instagram
  • มุมถ่ายรูป: ในช่วงพระอาทิตย์ตก (Golden Hour) แสงสีส้มจะสาดส่องผ่านช่องว่างของตัวอักษรไม้ หรือคุณอาจจะถ่ายย้อนแสงให้เห็นเป็นเงา Silhouette ของป้ายไม้โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีระเบิด
  • จุดเด่นอื่นๆ: บนหาดจะมีงานประติมากรรมจากกิ่งไม้ที่ชาวบ้านสร้างขึ้นตามจุดต่างๆ ซึ่งเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ให้มุมมองที่ดูอาร์ตและเข้ากับความดิบของธรรมชาติฝั่ง West Coast ได้เป็นอย่างดี

3.FRANZ JOSEF GLACIER

ฟรานซ์ โจเซฟ (Franz Josef) ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตก (West Coast) อันสมบุกสมบันของนิวซีแลนด์ เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพราะอยู่ห่างจากธารน้ำแข็งเพียงไม่กี่ก้าว ธารน้ำแข็งฟรานซ์ โจเซฟ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Westland Tai Poutini ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO และเป็นทัศนียภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง

เมื่อคุณเดินทางมาถึงเมืองฟรานซ์ โจเซฟ คุณจะถูกโอบล้อมด้วยป่าฝนที่เขียวชอุ่มและได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ของสวรรค์แห่งธรรมชาติ

กิจกรรมแนะนำ

  • ชมธารน้ำแข็ง: มีตั้งแต่การเดินเท้าไปยังจุดชมวิว ไปจนถึงการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมวิวจากมุมสูง (Heli-hike) ซึ่งเป็นที่นิยมมาก
  • แช่น้ำร้อน: หลังจากเที่ยวชมธารน้ำแข็งมาทั้งวัน การไปแช่ตัวใน Glacier Hot Pools ท่ามกลางป่าฝนจะช่วยให้ผ่อนคลายตลอดเส้นทางจะมีจุดให้แวะถ่ายรูปสวยๆ อยู่ทุกหัวมุมถนน ให้คุณได้ค้นพบความงามของธรรมชาติที่หลากหลายตลอดการเดินทาง

4.WANAKA

Credit: www.crseethesouthisland.com

ทะเลสาบวานาก้า (Lake Wānaka) เป็นจุดหมายปลายทางที่สวยงามและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ที่ยิ่งใหญ่ของอุทยานแห่งชาติ Mt Aspiring

บริเวณใจกลางเมืองวานาก้าเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าที่มีชีวิตชีวา รวมถึงมีพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ให้คุณได้นั่งดื่มด่ำกับทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ตั้งแต่การตกปลาที่ยอดเยี่ยม ไปจนถึงกิจกรรมผจญภัยหลากหลายรูปแบบ และไม่ว่าคุณจะเดินไปที่ไหน คุณก็จะพบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยจนลืมหายใจและพื้นที่เปิดโล่งอันกว้างขวาง 

WanakaTree

WanakaTree คือสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองวานาก้า และเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกสำหรับการถ่ายภาพครับ

ต้นไม้นี้เป็นต้นวิลโลว์ (Willow) ที่เติบโตขึ้นอย่างโดดเดี่ยวในทะเลสาบวานาก้า โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ (Southern Alps) ที่ยิ่งใหญ่ ความพิเศษของมันคือลักษณะที่โค้งงอและตั้งอยู่กลางน้ำ ซึ่งจะเปลี่ยนความงามไปตามระดับน้ำและฤดูกาล

5.GLENORCHY

Glenorchy คือจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยกลางแจ้ง ด้วยยอดเขาสูงตระหง่าน ทะเลสาบที่ใสสะอาด แม่น้ำจากธารน้ำแข็ง และป่าบีชโบราณที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ที่นี่เป็นที่ตั้งของเส้นทางเดินเขาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในนิวซีแลนด์

นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว ทัศนียภาพอันน่าทึ่งของที่นี่ยังถูกใช้เป็นฉากหลังในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกหลายเรื่อง เช่น The Chronicles of Narnia, The Hobbit และ The Lord of the Rings

6.SKYLINE QUEENSTOWN

SKYLINE QUEENSTOWN คุณจะถูกพาพุ่งทะยานขึ้นไปสูงกว่า 480 เมตรเหนือเมืองควีนส์ทาวน์และทะเลสาบวาคาติปู สู่ยอดเขา Bob's Peak ที่ซึ่งคุณจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับทัศนียภาพแบบพาโนรามา 220 องศา พร้อมวิวที่สวยจนลืมหายใจของยอดเขา Coronet Peak, เทือกเขา The Remarkables, ยอดเขา Walter และ Cecil Peak รวมถึงตัวเมืองควีนส์ทาวน์ทั้งหมด

เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว มีกิจกรรมมากมายให้คุณได้เพลิดเพลิน:

  • ชมวิวพร้อมเครื่องดื่ม: นั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆ ที่บาร์พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์สุดอลังการ
  • Skyline Luge: เครื่องเล่นสุดเร้าใจที่การเล่นเพียงรอบเดียวนั้นไม่เคยพอ
  • Stratosfare Restaurant: เติมพลังด้วยบุฟเฟต์มื้อกลางวันหรือมื้อค่ำสุดหรูที่คัดสรรเมนูมาอย่างดี

7.ARROWTOWN

Credit: www.newzealand.com  

แอร์โรว์ทาวน์ (Arrowtown) เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีทัศนียภาพงดงามที่สุดในนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแอร์โรว์ (Arrow River) ที่เคยเป็นแหล่งขุดทองที่สำคัญ และอยู่ห่างจากควีนส์ทาวน์เพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้นค่ะ

หมู่บ้านแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1862 ในช่วงที่การตื่นทองในโอตาโก (Otago Gold Rush) กำลังถึงขีดสุด ทำให้มีเหล่านักบุกเบิกหลั่งไหลเข้ามาสร้างกระท่อม ร้านค้า โรงแรม และโบสถ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันเรายังสามารถมองเห็นอาคารประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้มากกว่า 60 หลังเลยทีเดียว

จุดถ่ายรูปและกิจกรรมแนะนำในแอร์โรว์ทาวน์

Arrowtown เป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคศตวรรษที่ 19 ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและมีเสน่ห์เฉพาะตัว

  • Buckingham Street: ถนนสายหลักที่เรียงรายไปด้วยอาคารไม้แบบโบราณ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นร้านอาหารเก๋ๆ คาเฟ่ และร้านค้างานฝีมือ
  • Chinese Settlement: หมู่บ้านชาวจีนโบราณที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เป็นจุดเรียนรู้ประวัติศาสตร์การขุดทองที่น่าสนใจและถ่ายรูปสวยมาก
  • Arrow River Trail: เส้นทางเดินเล่นริมแม่น้ำที่สวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ประมาณเดือนเมษายน) ซึ่งทั้งเมืองจะกลายเป็นสีเหลืองทองและส้ม

8.LINDIS PASS

Cdit: www.redsavannreah.com 


ทางผ่าน Lindis Pass อันงดงามและตื่นตาตื่นใจทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างลุ่มน้ำ Mackenzie Basin เข้ากับภูมิภาค Central Otago โดยตัวทางผ่านจะข้ามผ่านแนวสันเขาระหว่างหุบเขาของแม่น้ำ Lindis และแม่น้ำ Ahuriri ที่ระดับความสูง 971 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ธรรมชาติและสัตว์ป่าในเขตอนุรักษ์ Lindis

เขตอนุรักษ์ Lindis (Lindis Conservation Area) ซึ่งมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น:

  • ทัศนียภาพ: พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสะวันนาแบบ Snow Tussock ที่ให้สีสันสวยงามแปลกตา
  • พันธุ์ไม้หายาก: บนภูเขา Longslip (สูง 1494 เมตร) เป็นแหล่งที่อยู่ของดอกบัตเตอร์คัพสายพันธุ์ Ranunculus haastii ที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่ง
  • นกพื้นเมือง: หากโชคดีคุณอาจได้พบนกท้องถิ่นอย่าง Titipounamu (Rifleman), Riroriro (Grey Warbler), Piwakawaka (Fantail) และ Karearea (Falcon)

9.STARGAZING ( International Dark Sky Reserve )

นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีหอดูดาวที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในโลก และด้วยมลภาวะทางแสงที่ต่ำมาก ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับการดูดาวได้ตลอดทั้งปี 

ฤดูหนาว คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้:

  • ทัศนวิสัยที่ชัดเจน: อากาศที่หนาวเย็นส่งผลให้มีความชื้นหรือไอน้ำในอากาศน้อยลง ทำให้ท้องฟ้าเปิดและมองเห็นดวงดาวได้คมชัดกว่าปกติ
  • มุมมองทางดาราศาสตร์: ด้วยตำแหน่งของโลกในช่วงฤดูนี้ จะช่วยให้คุณมองเห็นทางช้างเผือก (Milky Way) ได้ชัดเจนและสวยงามที่สุด

จุดดูดาวที่แนะนำ

  • Aoraki Mackenzie International Dark Sky Reserve: เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดระดับสากลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครอบคลุมพื้นที่บริเวณ Lake Tekapo และ Mount Cook

10.TASMAN GLACIER BOAT TRIP

ทัวร์ทางเรือเพียงแห่งเดียวในนิวซีแลนด์ที่มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ในใจกลางอุทยานแห่งชาติ Aoraki/Mount Cook คุณจะได้ล่องเรือในทะเลสาบธารน้ำแข็งทาสมัน (Tasman Glacial Lake) เพื่อชมธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ พร้อมล่องเรือลัดเลาะไปตามภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่อย่างน่าอัศจรรย์

ไกด์ผู้เชี่ยวชาญจะคอยแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับภูมิทัศน์ของธารน้ำแข็งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทัวร์นี้ได้รับทั้งความตื่นเต้นและสาระความรู้ในคราวเดียวกัน ไฮไลท์สำคัญคือการได้สัมผัสภูเขาน้ำแข็งที่มีอายุนับพันปีด้วยมือของคุณเอง และตื่นตาไปกับความยิ่งใหญ่ของหน้าผาน้ำแข็งบริเวณปลายธารน้ำแข็งทาสมัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่พิเศษที่สุดในนิวซีแลนด์

กิจกรรมล่องเรือชมธารน้ำแข็งนี้เป็นวิธีที่ใกล้ชิดที่สุดในการสัมผัสกับประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติของนิวซีแลนด์

11.KEA POINT TRACK

เส้นทางธรรมชาติสำหรับสายเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เพลิดเพลินไปกับวิวธรรมชาติที่สวยงามของอุทยานเมาท์คุก รวมระยะทางทั้งหมด 6 กิโลเมตร ผ่านพุ่มไม้พื้นเมือง ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ มุ่งหน้าไปยังจุดชมวิว Kea Point ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของ อุทยานเมาท์คุก พร้อมชมธารน้ำแข็ง Mueller และวิวของหุบเขา

12.SHAMARRA ALPACA FARM

Shamarra Alpacas Farm สถานที่ที่เต็มไปด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นและทิวทัศน์ที่สวยเหมือนในโปสการ์ด ทัวร์ฟาร์มอัลปาก้าแห่งนี้มอบโอกาสที่หาจากไหนไม่ได้ในการสัมผัสกับเหล่าอัลปาก้าอย่างใกล้ชิด เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ที่น่ารักเหล่านี้ และสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับเพื่อนและครอบครัวในสถานที่ที่งดงามของธรรมชาติ

คุณจะได้พบกับเพื่อนขนฟูตัวใหม่ที่ Akaroa Harbour บนลาดเขาของภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว และโอบล้อมด้วยเนินเขาหินภูเขาไฟที่สูงชัน โดยฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากคริสต์เชิร์ชเพียงชั่วโมงนิดๆ และใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาทีจากหมู่บ้านริมทะเลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง Akaroa

ไฮไลท์ของ Shamarra Alpacas

  • ทัศนียภาพอันงดงาม: ฟาร์มตั้งอยู่บนทำเลที่มองเห็นวิวอ่าว Akaroa ได้แบบพาโนรามา ให้คุณได้ถ่ายรูปอัลปาก้าโดยมีฉากหลังเป็นทะเลและภูเขาที่สวยงาม
  • ประสบการณ์ใกล้ชิด: คุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของอัลปาก้า สัมผัสขนที่นุ่มละมุน และเพลิดเพลินกับการให้อาหารและถ่ายรูปกับพวกมันอย่างเต็มที่
  • เที่ยวได้ตลอดปี: ฟาร์มเปิดให้บริการทุกฤดูกาล ซึ่งคุณจะได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา ในขณะที่เหล่าอัลปาก้ายังคงความน่ารักรอต้อนรับคุณเสมอ
  • ของที่ระลึกคุณภาพสูง: มีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากขนอัลปาก้าแท้ๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มและความอุ่นให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก
Credit เนื้อหาในบทความจาก: https://www.greatjourneysnz.com  www.newzealand.com 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disney Adventure Singapore
เตรียมพบกับ Disney Adventure เรือสำราญดิสนีย์ลำใหญ่ที่สุดในเอเชียที่สิงคโปร์! อัปเดตราคา ไฮไลต์ 7 โซนมหัศจรรย์ และวิธีจองทริปในฝันปี 2026 คลิกเลย!
 Swing & Travel สนามกอล์ฟ บรรยากาศดี พัตต์เพลิน เที่ยวต่อได้ทั้งวัน
รวมพิกัดสนามกอล์ฟในไทยที่จะมอบประสบการณ์เหนือระดับให้ทุกช่วงเวลาของคุณและแก๊งเพื่อน เป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและน่าจดจำ
Escape to the Dolomites: 6 Timeless Mountain Hotels
รวม 6 โรงแรมหรูในเทือกเขาโดโลไมต์ วิวภูเขาสุดอลังการ พร้อมสปา อาหารไฟน์ไดนิ่ง และประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส เหมาะทั้งหน้าหนาวและหน้าร้อน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้