PRIVATE DOLOMITE JOURNEY

MUNICH - MILAN

11 วัน 8 คืน

HIGHLIGHT : ปรากฏการณ์ Alpenglow แสงแห่งขุนเขา, FORESTIS DOLOMITES Resort โรงแรมที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและวิวที่สวยที่สุด, Venice เมืองแห่งสายน้ำที่ได้ชื่อว่าสวยงามและโรแมนติก




" ประสบการณ์ การออกเดินทางของเรา

ที่อยากให้คุณได้สัมผัส "

รายละเอียดทริป

PRIVATE DOLOMITE JOURNEY

MUNICH - MILAN

ดื่มด่ำธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ของ Dolomites

สัมผัสความสงบงามของ Lake Como

และปิดท้ายทริปแบบชิค ๆ ที่ Milan เมืองแฟชั่นระดับโลก

 11 Day 8 Night

🇮🇹 ITALY

Private Dolomites Journey

A Specially Crafted Experience – Exclusively for Your Group

ทริปนี้คือการเดินทางแบบ Private Journey ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับคณะของคุณเท่านั้น

รถตู้ BENZ SPINTER VIP 1 คัน เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย เป็นส่วนตัว และมีคุณภาพสูงสุด

ตลอดการเดินทางจะมีไกด์มืออาชีพที่สามารถขับรถได้เอง มีความเชี่ยวชาญเส้นทางในอิตาลี

และดูแลคุณอย่างใกล้ชิดในทุกวัน เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง

ในระยะเวลา 8 คืนแห่งความคุ้มค่า คุณจะได้สัมผัสหลากหลายบรรยากาศอย่างครบถ้วน



  • วันแรกเลือกเดินทางไปลงที่ เมือง MUNICH ประเทศเยอรมัน เพื่อประหยัดเวลาเดินทางของท่าน ในการเข้าสู่เทือกเขาโดโลไมท์ ได้เร็วยิ่งขึ้น
  • 6 คืนเต็มบนเทือกเขา โดโลไมท์ ท่ามกลางธรรมชาติระดับมรดกโลก
  • 2 คืนสุดท้าย ณ เมืองแฟชั่นอย่าง มิลาน ให้ท่านเพลิดเพลินท่องเที่ยวช้อปปิ้งตามอัธบาศัย


***พร้อมไกด์มืออาชีพ ที่ดูแลท่านพร้อมคอยถ่ายภาพเก็บความประทับใจให้ท่าน แบบเป็นส่วนตัว***


ทริปนี้เหมาะสำหรับผู้ที่รักการเดินทางแบบกลุ่มเล็ก ชื่นชอบธรรมชาติ ความสงบ และต้องการอิสระในการออกแบบประสบการณ์ของตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดจังหวะเวลา เลือกโรงแรมในสไตล์ที่ชื่นชอบ หรือเลือกเมนูอาหารตามความต้องการ

นี่ไม่ใช่เพียงโปรแกรมท่องเที่ยว แต่คือการเดินทางที่ถูกดีไซน์ขึ้นเพื่อสะท้อนตัวตนและรสนิยมของคุณอย่างแท้จริง

DAY 1

  • 23.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 4 เคาร์เตอร์ สายการบินไทย THAI AIRWAYS เจ้าหน้าที่จากบริษัท ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่าน ออกเดินทางสู่ กรุงมิวนิค (MUNICH) เที่ยวบิน TG924

DAY 2

  • 00.50 น. ออกเดินทางสู่ มิวนิค โดยเที่ยวบิน TG924
  • 07.05 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติมิวนิค ประเทศเยอรมนี หลังผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง พบคนขับรถพร้อมรถตู้ VIP ปรับอากาศรอรับท่านที่สนามบิน
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอินน์สบรูก (INNSBRUCK) ใช้เวลาเดินทาง 2.40 ชม เพื่อนำท่ำนชมเมือง และช้อปปิ้งตามอัธยาศัย Innsbruck เป็นเมืองหลวงของแคว้น Tyrol ประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์อย่างงดงาม จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเมืองภูเขาที่สวยที่สุดในยุโรป เมืองนี้มีเสน่ห์จากการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุคกลาง สีสันของอาคารใน Old Town และฉากหลังเป็นภูเขาสูงที่โอบล้อมเมืองไว้ทุกด้าน ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกและหรูหราในเวลาเดียวกัน แลนด์มาร์กสำคัญคือ Golden Roof (หลังคาทองคำ) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ Maximilian I และยังคงความงดงามมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำ Inn ที่ไหลผ่านกลางเมือง เพิ่มความสวยงามแบบ postcard view ที่นักท่องเที่ยวและช่างภาพนิยมมาก

เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น ภายในเมือง Innbruck

  • จากนั้น ออกเดินทางต่อเข้าสู่ เทือกเขา โดโลไมท์ (ใช้เวลาเดินทาง 1.45 ชม)


  • เดินทางสู่ โดโลไมท์ (Dolomites Mountains) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ที่ทอดตัว อยู่ในเขตอิตาลีตอนเหนือ มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณแคว้นทิโรลใต้ และแคว้นเนเนโต้ เทือกเขาโดโลไมท์ ได้ชื่อว่าเป็นแนวเขาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากลักษณะของยอดเขาต่างๆ ที่แทงยอดสูงเสียดฟ้ามีทัศนียภาพงดงาม จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของนักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดทั้งในช่วงฤดูหนาวที่มีสกีรีสอร์ทเปิดต้อนรับนักสกี และในฤดูร้อน ที่นี่ยังมีทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้สวยตลอดช่วงเทือกเขา


บ่าย - นำท่าน เข้าเช็คอินสู่โรงแรมที่พัก ไฮไลท์ของทริปเรา FORESTIS DOLOMITES – Where Silence Becomes Luxury “ที่ซึ่งความเงียบงาม กลายเป็นความหรูหราที่แท้จริง” ท่ามกลางผืนป่าลึกของเทือกเขาโดโลไมต์ ที่ระดับความสูงกว่า 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ที่นี่ คือรีสอร์ตระดับ 5 ดาวสุดหรู ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าสนแห่ง South Tyrol โดยมีแนวคิด “Luxury in Simplicity” ผสานสถาปัตยกรรมมินิมัลเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ทุกห้องพักถูกออกแบบให้หันหน้าสู่ยอดเขา Odle และ Sass de Putia โดยมีเพียงผนังกระจกใสจากพื้นจรดเพดานกั้นระหว่างผู้เข้าพักกับผืนป่า สร้างความรู้สึกเหมือน “พักอยู่ในป่า” อย่างแท้จริง


  • โรงแรมแห่งนี้ เป็น Wellness Spa ที่ถือเป็นศูนย์บำบัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธาตุทั้ง 4 (น้ำ – อากาศ – แสง – ไม้) ประกอบด้วย Sauna Forest Room, Stone Massage Pool, Snow Room และ Outdoor Heated Pool กลางขุนเขา Yoga & Meditation Deck บนลานไม้กลางป่า ให้แขกได้เชื่อมโยงจิตใจกับธรรมชาติอย่างสงบ
  • Fine Dining Restaurant — เสิร์ฟเมนู Fine Dining โดยเชฟชื่อดัง ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากฟาร์มออร์แกนิก ในคอนเซปต์ “Forest Cuisine” จับคู่กับไวน์จากไร่องุ่นท้องถิ่นใน Alto Adige
  • Private Concierge Service — จัดกิจกรรมพิเศษเฉพาะตัว เช่น Sunrise Hike, Forest Bathing, E-Bike Tour หรือ Helicopter Transfer สู่ Tre Cime


ให้ท่านอิสระพักผ่อน ช่วงบ่าย-เย็น ใช้ Facilities ภายใน โรงแรม อย่างเต็มที่ จนถึงมื้อเย็น


ค่ำ - รับประทานอาหารเย็น ภายในโรงแรมที่พัก ให้ท่านเลือก เมนู Detox หรือ เมนูแนะนำจากเชฟที่สลับสับเปลี่ยนในแต่ละวัน

ที่พัก The Forestis Dolomite หรือเทียบเท่า ระดับ 5 ดาว

1 SUITE ROOM (DBL BED)

1 SUITE ROOM (DBL BED) WITH EXTRA BED

1 Tower Suite (DBL BED) **มี Supplement ค่าห้อง

DAY 3

เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก


  • อิสระช่วงเช้าตามอัธยาศัย


  • เดินทางขึ้นสู่ ยอดเขา Seceda คือหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของเทือกเขาโดโลไมต์ โดดเด่นด้วยแนวสันเขาหินปูนที่ทอดตัวยาวเหนือหมู่บ้าน Ortisei เปิดมุมมองพาโนรามา 360 องศา ให้ท่านได้สัมผัสท้องฟ้าใส แสงอาทิตย์ และทะเลหมอกที่ลอยละล่องเหนือขุนเขา การเดินทางขึ้นไปยังยอดเขา Seceda แบ่งเป็นสองช่วง คือเคเบิ้ลคาร์ (กระเช้าโดยสารเเบบนั่งได้ 4 คน) ในช่วงเเรกระหว่าง Ortisei – Furnes และกอนโดล่า (กระเช้าโดยสารขนาดใหญ่แบบยืน) จาก Furnes ถึงยอดเขา Seceda ที่ระดับความสูง 2500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล Seceda Summit Cross เป็นเเท่นรูปวงกลมเเสดงรายชื่อและความสูงของภูเขาต่างๆที่รายล้อมอยู่ในแถบนี้ จุดชมวิวที่โดดเด่นคือ มุมมหาชนที่ได้รับการบันทึกภาพมากที่สุด ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาต่างๆรายรอบ


12.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น


  • จากนั้น เดินทางไปยัง Saint Maddalena หมู่บ้านเล็กๆ ที่แทรกตัวอยุ่ในหุบเขาส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Puez-Odle โดยมีชื่อเสียงจากทิวทัศน์หุบเขาซึ่งได้ชื่อว่างดงามที่สุดในแคว้นทิโรลใต้ มีจุดชมวิวที่มองเห็น Odle Group หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Geisler Group ซึ่งเป็นกลุ่มยอดเขาแหลมเหมือนฟันฉลาม เป็นที่นักเดินทางต้องมาเยือนมียอดเขาหลักคือ Sass Rigais และ Furchetta ทั้งสองยอดสูง 3025 เมตรเท่ากัน บริเวณที่ตั้งโบสถ์ Santa Magdalena


  • แวะไปถ่ายรูป ที่ Church of St. John โบสถ์เซนต์จอห์น (Kirche St. Johann in Ranui) อันเป็นเอกลักษณ์ บริเวณนี้ คือ หมู่บ้าน Villnöß (Val di Funes) แสนสงบ และ น่ารัก หากมีเวลาท่านเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ


แนะนำ จุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่ สวยงามมาก


ค่ำ - รับประทานอาหารเย็น ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น

ที่พัก The Forestis Dolomite หรือเทียบเท่า ระดับ 5 ดาว

DAY 4

เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก


  • จากนั้น เดินทางไปยัง ทะเลสาบ Braies ใช้เวลา2.30 ชม) เดินทางสู่ ทะเลสาบ Braies ( Lago di Braies ) คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามและโรแมนติกที่สุดของเทือกเขาโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในอุทยานธรรมชาติ Fanes–Sennes–Braies ระดับความสูงกว่า 1,496 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ผืนน้ำสีเขียวมรกตสะท้อนเงายอดเขา Croda del Becco ได้อย่างงดงามราวกระจกใส ในยามเช้า หมอกบางคลอเคลียบนผิวน้ำสร้างภาพอันเงียบสงบและลึกลับ ส่วนยามบ่าย แสงอาทิตย์จะย้อมทะเลสาบให้เปล่งประกายราวอัญมณี เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลกที่ต้องการสัมผัส “ความงามเหนือคำบรรยาย” ท่านสามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบตามเส้นทางไม้เลาะขอบน้ำ หรือพายเรือไม้สีน้ำตาลแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สะท้อนเสน่ห์ของอิตาลีเหนือในบรรยากาศคลาสสิกเหนือกาลเวลา ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ธรรมชาติรอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยสีเขียวสดชื่นของป่าสนและดอกไม้ป่า ส่วนในฤดูหนาว ผืนน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งและถูกโอบล้อมด้วยหิมะขาวนวลราวโลกในเทพนิยาย (ไม่รวมค่าเช่าเรือพาย)


เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น


  • เดินทางสู่ ทะเลสาบมิซูริน่า (Lake Misurina) ได้รับสมญาว่าเป็น “เพชรน้ำงามแห่งเทือกเขาโดโลไมต์” ด้วยความสูงราว 1,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ผืนน้ำสีฟ้าครามสะท้อนภาพเทือกเขาหินปูนสีขาวนวลอย่างงดงามดุจภาพวาด ในยามเช้า หมอกบางลอยเหนือผิวน้ำให้บรรยากาศสงบโรแมนติก ทะเลสาบแห่งนี้ยังมีตำนานเล่าขานว่า “น้ำของมิสูรินามีเวทมนตร์รักษาจิตใจที่อ่อนล้า” จึงเป็นที่ตั้งของศูนย์พักฟื้นสำหรับผู้ป่วยโรคหืดในสมัยก่อน และยังคงเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของนักเดินทางที่มองหาความสงบและความงามเหนือคำบรรยาย


ค่ำ - รับประทานอาหารเย็น ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น


  • เข้าเช็คอินสู่โรงแรมที่พัก Hotel Lago di Braies หรือเทียบเท่า ระดับ 4*


  • Hotel Lago di Braies โรงแรมประวัติศาสตร์อันเลื่องชื่อที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบสีมรกต Lago di Braies ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่งดงามที่สุดของอิตาลี และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบของเทือกเขาโดโลไมต์ตัวโรงแรมสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1899 ในสไตล์อัลไพน์คลาสสิก (Alpine-style) โอบล้อมด้วยวิวทะเลสาบและภูเขาหิมะสีขาวสะอาดตาทุกห้องพักได้รับการตกแต่งด้วยไม้สนหอมอ่อนให้กลิ่นธรรมชาติ พร้อมระเบียงส่วนตัวให้ท่านได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกเหนือผืนน้ำ สีเขียวมรกตอันเงียบสงบ ในยามเช้า ท่านสามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบ ถ่ายภาพสะท้อนของยอดเขา Croda del Becco

จากนั้น นำท่าน เข้าเช็คอินสู่ รร ที่พัก Rosapetra หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว

  • Deluxe Room with terrace 22 Sqm 2 ห้อง รร ไม่มีเตียง TWIN ไม่มี Extra BED
  • Premier Room 2 ห้อง **มี Supplement ค่าห้อง

Rosapetra Spa Resort คือโรงแรมบูทีคระดับ 5 ดาวที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของเมือง Cortina d’Ampezzo ใจกลางเทือกเขาโดโลไมท์ หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สวยที่สุดของอิตาลี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ Alpine Contemporary ที่ผสมผสานความอบอุ่นของไม้ธรรมชาติ หิน และกระจกขนาดใหญ่ เปิดรับวิวภูเขาแบบพาโนรามา ทำให้บรรยากาศทั้งหรูหราและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน

DAY 5

เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม ที่พัก


  • จากนั้นเดินทางสู่ Tre Cime di Lavaredo (The Three Peaks of Lavaredo) ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม จากโรงแรม ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การเข้าเยี่ยมชมของโดโลไมต์ ภูเขาหินขนาดใหญ่ 3 ลูกเรียงตัวกันเป็น 3 ขุนเขา Tre Cime เป็นมุมที่จะมองเห็นยอดทั้ง 3 ได้อย่างชัดเจน อันได้แก่ Cima Piccola 2,857m. Cima Grande 2,999m. และ Cima Ovest 2,973m. นอกจากนี้ยังเป็นสวรรค์ของนัก Trekking เพราะระดับความยากของที่นี่อยู่ที่ระดับปานกลางเท่านั้น


  • เดินทางแวะรับประทานอาหาร ที่ Rifugio Locatelli เป็นที่พักและร้านอาหารแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของ Tre Cime เป็นจุดแวะพักผ่อนและทานอาหารทางของนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเริ่มเดินต่อไป


Special Recommendation – Trekking at Tre Cime di Lavaredo

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความงดงามของเทือกเขาโดโลไมต์อย่างใกล้ชิด ขอแนะนำกิจกรรม “เดินป่าชมวิวรอบ Tre Cime di Lavaredo” เส้นทางยอดนิยมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่งดงามที่สุดในยุโรประยะทางประมาณ 8–10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเฉลี่ย 3–4 ชั่วโมง ผ่านทิวทัศน์ขุนเขาหินปูนสีขาวตัดกับท้องฟ้าและทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่สวยราวภาพวาด

คำแนะนำในการเตรียมตัวสำหรับการเดินป่า, สวมรองเท้าเดินเขาที่พื้นยึดเกาะได้ดีและกันน้ำ, เตรียมเสื้อกันลม / กันฝน และเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

สวมหมวก แว่นกันแดด และทาครีมกันแดด เนื่องจากอยู่ในระดับความสูงกว่า 2,300 เมตร

พกน้ำดื่มและขนมพลังงานระหว่างทาง

แนะนำให้นำ “ไม้โพล (Trekking Poles)” สำหรับช่วยทรงตัวและลดแรงกระแทกในช่วงขึ้น-ลงทางลาด


  • นำท่านเดินทางสู่บริเวณ Cadini di Misurina จุดชมวิวภูเขาที่มีลักษณะสันเขาแหลมเรียงตัวอย่างโดดเด่น หนึ่งในมุมถ่ายภาพที่สวยงามและมีชื่อเสียงของเทือกเขาโดโลไมท์ ก่อนนำท่านทำกิจกรรมเดินเขาบริเวณ Tre Cime di Lavaredo ตามอัธยาศัย ใช้เวลาเดิน ไป กลับ 45 นาที


ค่ำ - รับประทานอาหารเย็น ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น


ที่พัก Rosapetra หรือเทียบเท่า ระดับ 5 ดาว

DAY 6

เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม ที่พัก


  • 08.00 นำท่านเดินทางสู่ Passo Giau เป็นเส้นทางภูเขาที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยถนนคดเคี้ยวผ่านยอดเขาสูงและทุ่งหญ้าอัลไพน์กว้างไกล ให้วิวแบบพาโนรามา 360 องศา ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของ Dolomites และเป็นสถานที่ถ่ายภาพยอดนิยมสำหรับนักเดินทางและช่างภาพทั่วโลก บรรยากาศบนยอดเขาให้ความรู้สึกสงบ เปิดกว้าง และยิ่งใหญ่ สะท้อนความงดงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง


  • 09.30 จากนั้นออกเดินทางสู่ Cinema delle Odles เป็นจุดชมวิวสุด Unseen ในหุบเขา Val di Funes เส้นทางยอดนิยมคือการเดินเป็นวงกลม (Loop) โดยใช้เส้นทางสาย Adolf Munkel Trail ระยะทางประมาณ 9 - 10 กิโลเมตร (Loop) เดินผ่านป่าสนและลำธาร จนไปบรรจบกับ Route #35 (Adolf Munkel Trail) ซึ่งจะเดินขนานไปกับตีนเขา Odle ให้วิวที่อลังการมาก เมื่อถึง Geisler Alm คุณจะพบกับ Cinema delle Odles ตั้งอยู่บริเวณสนามหญ้าด้านหลังกระท่อม จุดเด่นคือมี "เก้าอี้ไม้เลานจ์" วางเรียงรายให้เรานั่งชมเทือกเขา Odle (Geisler) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เหมือนกำลังนั่งดูภาพยนตร์จอยักษ์จากธรรมชาติ


เที่ยง - แวะรับประทานอาหารกลางวันก่อนเริ่ม Hiking


ค่ำ - รับประทานอาหารเย็น ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น


จากนั้น นำท่าน เข้าเช็คอินสู่โรงแรมที่พัก COMO Alpina Dolomites หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว

  • 2 Mountain Room 50Sqm (DBL BED)
  • 1 Mountain Room 50 Sqm (DBL+EXTRA BED)

COMO Alpina Dolomites เป็นรีสอร์ทระดับ 5 ดาวที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูง Alpe di Siusi ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Contemporary Alpine ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว ห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางเปิดรับวิวภูเขาแบบพาโนรามา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยเฉพาะสระว่ายน้ำอินฟินิตี้และ COMO Shambhala Spa ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เหมาะสำหรับการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และดื่มด่ำกับบรรยากาศภูเขาอย่างแท้จริง

DAY 7

เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก


  • ช่วงเช้าอิสระ ภายในโรงแรม ตามอัธยาศัย ภายในโรงแรม ให้ท่านพักผ่อนอย่างเต็มที่
  • จากนั้นเดินทางไปยัง เมือง Ortisei นับว่าเป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม เป็นเมือง ski resort ด้วยบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ รวมถึงมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมหมู่บ้านที่มีสีสันสวยงามเรียงรายกันราวกับหลุดเข้ามาในเมืองสีพาสเทล


เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น


  • จากนั้น เดินทางจาก ไปยัง ALPE DI SIUSI นำท่าน นั่งกระเช้าขึ้นสู่บนเนินเขาที่เราเรียกว่า ALPE DI SIUSI ขึ้นไปที่ระดับความสูง 1,684 เมตรเหนือระดับ น้ำทะเลชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของหุบเขาโตรกผาโดยมีเทือกเขาSASOLUNGO MOUNTAIN RANGE ที่มีรูปทรงประหลาดยอดเขาแหลมชันเป็นจุดเด่นมีเส้นทางเดินลัดเลาะ สู่จุดชมวิวต่างๆ ให้ท่านมีเวลาเก็บภาพ สวยๆ อันประทับใจก่อนท่านจะได้ตื่นตาตื่นตื่นใจกับบรรยากาศสุดที่จะบรรยาย


  • จากนั้น เดินทางสู่ ทะเลสาบคาเรซซ่า (Lago di Carezza) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ทะเลสาบสายรุ้ง” และ “ทะเลสาบเทพนิยายแห่งเทือกเขาโดโลไมต์” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านคาเรซซา หมู่บ้านเล็กๆ ตรงด้านล่างของช่องเขาคอสตาลุงกา (Costalunga) ทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีแม่น้ำสาขาและมีหิมะละลายและน้ำพุใต้ดิน ส่งผลให้ระดับน้ำขึ้นลงอย่างมากทำให้มองเห็นเทือกเขา ตอร์รี ดิ ลาเตมาร์ (Torri di Latemar) สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ และรอบทะเลสาบเต็มไปด้วยป่าสนสปรูซที่หากมีหมอกหนาซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับตำนานพ่อมดและนางไม้มานานหลายศตวรรษ


ค่ำ - บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

จากนั้น นำท่าน เข้าเช็คอินสู่โรงแรมที่พัก Cyprianerhof - Dolomite Resort หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว

  • 2× Superior Delago (36 m²) DBL BED
  • 1× Superior Jungrunn (38 m²) DBL+EXTRA BED

Cyprianerhof - Dolomite Resort ท่านจะได้เข้าสู่การพักผ่อนที่ Cyprianerhof Dolomit Resort รีสอร์ทห้าดาวที่ตั้งอยู่ ณ หุบเขา Tiers al Catinaccio ในแคว้น South Tyrol ประเทศอิตาลี ซึ่งโอบล้อมด้วยยอดเขา Rosengarten (Catinaccio) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ทุกห้องพักได้รับการออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานไม้สน หินธรรมชาติ และผนังกระจกที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ให้ท่านตื่นขึ้นพร้อมวิวภูเขาและป่าสน เป็นที่พักที่ไม่เพียง “อยู่ในภูเขา” แต่คือ “อยู่ร่วมกับธรรมชาติ” อย่างแท้จริง


Similde Spa & Wellness: ศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่กว่า 1,200 ตารางเมตร ประกอบด้วยสระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง สระแช่น้ำธรรมชาติ (bathing pond) ซาวน่าแบบดั้งเดิม ซาวน่ากระจกชมวิว และ “ice grotto” เพื่อประสบการณ์ผ่อนคลายครบวงจร

DAY 8

เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก


  • เช็คเอ้าท์ออกจาก โรงแรมที่พัก



  • นำท่านแวะเมือง Bolzano เมืองศูนย์กลางของแคว้น South Tyrol ที่ผสมผสานวัฒนธรรมอิตาเลียนและออสเตรียไว้อย่างลงตัว ให้ท่านอิสระเดินเล่นบริเวณเมืองเก่า Piazza Walther ก่อนเดินทางต่อสู่เมืองมิลาน


เที่ยง - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัคตาคารอาหารท้องถิ่น


  • ออกเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม) ศูนย์กลางแห่งแฟชั่น ศิลปะ และสถาปัตยกรรมของอิตาลี เมืองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบโมเดิร์นผสมกลิ่นอายคลาสสิกอย่างลงตัว ระหว่างทาง เพลิดเพลินกับทัศนียภาพชนบทของแคว้นลอมบาร์ดี (Lombardy) ที่ทอดยาวด้วยทุ่งองุ่นและเนินเขาสีเขียว ก่อนเข้าสู่มหานครที่เปล่งประกายด้วยเอกลักษณ์ของความหรูหราในแบบอิตาเลียน
  • มิลานคือเมืองที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ — จากโดมมหาวิหาร Duomo di Milano อันวิจิตร ไปจนถึง ถนนช้อปปิ้งระดับโลก Via Montenapoleone และย่านศิลปะ Brera ที่มีเสน่ห์ในทุกมุมถนน


ค่ำ - บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น


จากนั้น นำท่าน เข้าเช็คอินสู่โรงแรมที่พัก ROSA GRAND MILANO หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

  • 2 DELUXE ROOM 20 SQM
  • 1 FAMILY TRIPLE ROOM 24 SQM

Rosa Grand Milano เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองมิลาน เพียงไม่กี่ก้าวจากมหาวิหาร Duomo di Milano และย่านช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง Galleria Vittorio Emanuele II ทำให้สะดวกอย่างยิ่งสำหรับการเดินเที่ยวชมเมือง ช้อปปิ้งแบรนด์หรู และสัมผัสบรรยากาศเมืองแฟชั่นระดับโลกของอิตาลี

DAY 9

เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก


  • นำท่านถ่ายรูป ด้านนอก มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิค อันได้ชื่อว่าเป็นวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลาน เป็นแลนด์มาร์คสำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของมิลานที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อมาเยือนมิลาน ชม อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Vittorio Emanuele II Monument) อนุสาวรีย์รูปปั้นขณะทรงม้าตั้งตระหง่านอยู่กลางจัตุรัสหน้าดูโอโม่ พระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอล ที่ 2 แห่งราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย ทรงรวบรวมรัฐต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว และสถาปนาราชอาณาจักรอิตาลีได้สำเร็จ จึงทรงขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์อิตาลีพระองค์แรก


  • นำท่านผ่านชม อนุสาวรีย์ ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ (Monument to Leonardo da Vinci) เป็นศิลปินชาวอิตาลี ที่เป็นทั้งสถาปนิกแบบเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาค นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต และจิตรกร


12:00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัคตาคาร อาหารท้องถิ่น


  • นำท่านสู่ แกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งนี้นั้นชื่อของศูนย์การค้าตั้งตามชื่อของกษัตริย์องค์แรกของราชอาณาจักรอิตาลี พระเจ้าวิตโตรีโอ เอมานูเอเลที่ 2 แห่งอิตาลี โดยโครงสร้างหลักของอาคาร 4 ชั้นนั้นประกอบไปด้วยทางเดินภายใต้หลังคาโค้ง 2 ทางเดินที่มีจุดตัดเป็นรูปแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่บนถนนที่เชื่อมระหว่างปียัซซาเดลดูโอโมไปจนถึงปียัซซาเดลลาสกาลา ซึ่งทางเดินนี้ได้ถูกปิดด้วยกระจกและหลังคาที่เป็นเหล็กหล่อออกแบบเป็นช่องโค้งตามแบบของสถาปัตยกรรมยอดนิยมของคริสต์ศตวรรษที่19 จุดตัดกึ่งกลางของทางเดินรูปแปดเหลี่ยมนั้นเป็นบริเวณที่ถูกสร้างขึ้นเป็นโดมกระจก บนพื้นมีงานโมเสกสี่ชิ้นทำเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของเมืองหลวงทั้ง 3 แห่งของอิตาลี อันได้แก่ ตูริน โรม และฟลอเรนซ์ และงานอีกหนึ่งชิ้นคือของเมืองมิลาน


ค่ำ - บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

ที่พัก ROSA GRAND MILANO หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

DAY 10

เช้า - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก


  • อิสระพักผ่อนช่วงเช้า ตามอัธยาศัย


ได้เวลาอันสมควร นำท่าน CHECK OUT ออกจาก รร ที่พัก เดินทางสู่ สนามบินมิลาน


12:00 น. - เดินทางถึงสนามบิน MXP มิลาน เพื่อเช็คอินและโหลดกระเป๋า


14.05 น. - ออกเดินทางโดยสายการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG941


ค่ำ - บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

DAY 11

05:55 น. - เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

ติดต่อสอบถาม / จองทัวร์

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้