แชร์

7 wonders of Europe for 2026

อัพเดทล่าสุด: 11 มี.ค. 2026
53 ผู้เข้าชม

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของยุโรปในปี 2026

ยุโรปมีเสน่ห์ที่ไม่เคยจางหาย แต่ลึกลงไปภายใต้แสงสีของเมืองยอดฮิต ยังมีอีกแง่มุมที่สงบเงียบและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ รอคอยให้ผู้ที่ยอมละทิ้งเส้นทางเดิมๆ ได้เข้าไปสัมผัสผ่านความใจเย็นและความประณีต

“7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งยุโรปประจำปี 2026” ของเรา ไม่ใช่จุดหมายที่ป่าวประกาศเรียกหาความสนใจ แต่คือของขวัญสำหรับนักเดินทางที่พร้อมจะออกห่างจากประตูสนามบินให้ไกลขึ้น และใช้เวลาดื่มด่ำให้ช้าลงกว่าที่เคย สถานที่เหล่านี้คือบทพิสูจน์ว่า ความรื่นรมย์ที่ตราตรึงที่สุดของยุโรป มักจะเผยโฉมอย่างอ่อนโยนให้แก่ผู้ที่ตั้งใจค้นหาเสมอ

CALVI, CORSICA

Credit: Getty Images

ย้อนกลับไปในปี 1950 บริษัท Horizon Holidays ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการจัด "แพ็กเกจทัวร์" ครั้งแรกของโลก พาคณะครูจากลอนดอนบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาสัมผัส กาลวี (Calvi) บนเกาะคอร์ซิกาแห่งนี้ และในปี 2026 นี้เอง คือวาระครบรอบ 75 ปีที่การท่องเที่ยวแบบเหมาลำได้ถือกำเนิดขึ้นที่นี่

ทว่าในขณะที่เมืองตากอากาศอื่นทั่วโลกเติบโตจนจำเค้าเดิมไม่ได้ กาลวีกลับยังคงมนต์เสน่ห์ความเงียบสงบเอาไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ อาจเพราะเทือกเขาสูงตระหง่านที่โอบล้อมเป็นปราการธรรมชาติ หรือความตั้งใจของทางการที่ไม่ยอมให้เมืองนี้กลายเป็นรีสอร์ตพิมพ์นิยม กาลวีในวันนี้จึงยังคงเป็นเมืองป้อมปราการยุคกลางที่อบอวลด้วยแสงแดดและตำนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าที่ว่านี่คือบ้านเกิดของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส หรือที่ซ่อนตัวของ นโปเลียน ในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส

หากคุณมาเยือนในช่วงกลางเดือนมิถุนายน เสียงเพลงจากเทศกาลแจ๊สจะช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แม้ที่นี่จะเป็นจุดจอดเรือยอร์ชลำหรูจากนีซ แต่กาลวียังคงความถ่อมตัวและน่าค้นหา เป็นมุมที่รื่นรมย์ที่สุดในฝรั่งเศสสำหรับการนั่งจิบไวน์มัสกัตท้องถิ่น พลางทอดสายตาดูภูเขาที่บรรจบกับเส้นขอบฟ้าสีคราม

ALENTEJO COAST

Credit: Getty Images

หากคุณเดินทางลงใต้จากกอมปอร์ตามุ่งสู่ชายขอบแคว้นอัลการ์ฟ คุณจะได้พบกับ อาเลนเตฌู (Alentejo) ดินแดนที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของรีสอร์ตหรูและสนามกอล์ฟที่ประดิษฐ์ประดอย ที่นี่คือภาพสะท้อนของโปรตุเกสในจังหวะที่แผ่วเบาและเป็นธรรมชาติที่สุด

เบื้องหน้าคือชายหาดแอตแลนติกทอดยาวสุดสายตา เบื้องหลังโอบล้อมด้วยป่าไม้ก๊อกและนาข้าวสีเขียวขจี ที่นี่ไม่มีตารางบินของสายการบินใดมากำหนดจังหวะชีวิต เพราะชาวบ้านยังคงก้าวเดินตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงของการประมง แสงแดดของอาเลนเตฌูมีความใสกระจ่างเป็นพิเศษ มันขับเน้นให้ท้องฟ้ากว้างดูตระการตาและทอประกายระยิบระยับบนผืนทรายราวกับต้องมนต์

ลองปล่อยใจไปกับเส้นทางเลียบหน้าผา โรตา วิเซนตินา (Rota Vicentina) ก่อนจะไปหยุดพักที่ มอนซาราส (Monsaraz) หมู่บ้านยุคกลางสีขาวโพลนที่เป็นนิยามของความสงบเงียบชวนฝัน ท่ามกลางปราสาทและตรอกซอกซอยปูหิน คุณจะได้พบกับวิวทิวทัศน์ที่กว้างไกลเหนือที่ราบอาเลนเตฌู... วิวที่จะทำให้คุณลืมเวลาไปโดยปริยาย

VIPAVA VALLEY

Credit: Getty Images

หุบเขาเร้นลับแห่งสโลวีเนียที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์และทะเล

ห่างจากเมืองหลวงอย่างลูบลิยานา หรือเมืองตรีเยสเตในอิตาลีเพียงหนึ่งชั่วโมง แต่ หุบเขาวีปาวา (Vipava Valley) กลับเป็นรอยแยกยาว 30 ไมล์ที่คนนอกน้อยคนนักจะเคยมาเยือน ที่นี่ถูกโอบล้อมด้วยที่ราบสูงสามแห่ง เป็นสวรรค์ลับๆ ของเหล่านักปีนหน้าผาและนักปั่นจักรยานที่หลงใหลในยอดเขาเนโนส (Nanos)

เสน่ห์ของวีปาวาไม่ได้มีแค่กิจกรรมแอดเวนเจอร์ แต่ที่นี่คือหนึ่งในแหล่งผลิตไวน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในยุโรป โรงบ่มไวน์อย่าง Burja หรือ Lepa Vida กำลังสร้างชื่อด้วยการปลูกองุ่นขาวสายพันธุ์ท้องถิ่นอย่าง Zelen และ Pinela ซึ่งให้รสชาติที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและจริงจัง แม้จะยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางในระดับสากลนัก

ตัวเมืองวีปาวาเองก็ให้ความรู้สึกเหมือน "ความลับเฉพาะคนใน" มีสายน้ำไหลผ่านตัวเมืองและลอดใต้บ้านเรือนอย่างสงบ ท่ามกลางพระราชวังบารอกและจัตุรัสที่สวยงาม ที่นี่คือจุดหมายปลายทางในอุดมคติสำหรับใครที่อยากสัมผัสยุโรปในมุมที่ยังบริสุทธิ์และซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิดที่สุด

CÉVENNES NATIONAL PARK, FRANCE

Credit: Getty Images

ตามรอยตำนาน "เกาะมหาสมบัติ" สู่ดินแดนที่ดิบเถื่อนที่สุดในฝรั่งเศส

เพียง 3 ชั่วโมงจากแสงสีของเมืองลียง คุณจะพบว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของป่าเกาลัดและสันเขาหินแกรนิตที่เงียบสงัด เซแวนน์ (Cévennes) เคยถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์วรรณกรรมปี 1879 เมื่อ โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน ออกเดินเท้าข้ามดินแดนแห่งนี้พร้อมกับลาคู่ใจหนึ่งตัว จนกลายเป็นหนังสือการเดินทางระดับคลาสสิก

ในวันนี้ เซแวนน์ยังคงรักษาความบริสุทธิ์ไว้จนได้รับเลือกเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลโดย UNESCO ที่นี่คือหนึ่งในอุทยานที่มืดมิดที่สุดในยามค่ำคืน มอบประสบการณ์ดูดาวที่งดงามจนลืมหายใจ ภูมิภาคนี้ไม่ใช่ฝรั่งเศสในแบบที่หรูหราหรือเต็มไปด้วยแฟชั่น แต่คือฝรั่งเศสในมุมของ "Auberges" (โฮมสเตย์สไตล์ชนบท) ที่อบอุ่นและเรียบง่าย ท่ามกลางโตรกผาและหุบเขาที่ดูลึกลับและขรึมขลังในเวลาเดียวกัน

VALLE D'ITRIA, PUGLIA, ITALY

Credit: Getty Images

มนต์เสน่ห์แห่งสีขาวและกลิ่นอายย้อนยุคใจกลาง "ส้นรองเท้า" อิตาลี

ท่ามกลางสวนมะกอกละลานตาและกำแพงหินโบราณที่เรียงตัวอย่างประณีต วัลเล ดิตริยา (Valle d’Itria) เผยโฉมออกมาในฐานะดินแดนที่อ่อนโยนที่สุดในแคว้นปูเกลีย ที่นี่คือที่ที่คุณจะได้ครอบครองความเงียบสงบไว้เพียงลำพัง ผ่านตรอกซอกซอยสีขาวสะอาดตาของเมืองโลโครโตนโด และมาร์ตินา ฟรังกา ที่ซึ่งเสียงระฆังโบสถ์ยังคงกังวานบอกจังหวะชีวิตที่เนิบช้า

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการไปเยือน "ตรุลโล" (Trullo) บ้านทรงกรวยหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ในเมืองอัลเบโรเบลโล มรดกโลกที่ดูราวกับหลุดออกมาจากนิทานศตวรรษที่ 14 และแทนที่จะหิ้วโมเดลบ้านจิ๋วกลับบ้าน เราขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนเงินจำนวนนั้นไปแลกกับไวน์ขาว Incipit สักขวด ไวน์รสเลิศที่ทำจากองุ่นพันธุ์หายากอย่าง Minutolo 100% จากไร่ Cantina Masseria Torricella เพื่อเป็นการดื่มด่ำกับจิตวิญญาณของหุบเขาแห่งนี้อย่างแท้จริง

SAXON SWITZERLAND, GERMANY

Credit: Getty Images

เมื่อภาพวาดชิ้นเอกระดับโลก... กลายเป็นความจริงอยู่ตรงหน้าคุณ

เพียงไม่กี่อึดใจจากเมืองเดรสเดิน คุณจะพบกับ "โลกอีกใบ" ที่เหมือนหลุดออกมาจากจินตนาการของจิตรกรยุคโรแมนติก แซกซอนสวิตเซอร์แลนด์ (Saxon Switzerland) ปรากฏกายด้วยหอคอยหินทรายตระหง่านและโตรกผาที่โอบล้อมด้วยผืนป่า สถานที่แห่งนี้คือแรงบันดาลใจเบื้องหลังภาพวาด Wanderer Above the Sea of Fog ของ คาสพาร์ เดวิด ฟรีดริช ซึ่งแม้เวลาจะผ่านไปกว่าสองศตวรรษ แต่สายหมอกที่ปกคลุมหุบเขาในยามเช้าที่นี่ยังคงดูขลังและเปี่ยมพลังไม่เสื่อมคลาย

คุณสามารถเลือกท้าทายตนเองบนเส้นทาง Malerweg (เส้นทางสายจิตรกร) หรือเพียงแค่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเสน่ห์ของเมืองเล็กๆ อย่างราเทินและชมิลกาที่ปูด้วยถนนหินอันแสนอบอุ่น แซกซอนสวิตเซอร์แลนด์อาจฟังดูเหมือนชื่อในนิยาย แต่ความมหัศจรรย์ของที่นี่คือเรื่องจริงที่งดงามไม่แพ้เทพนิยายเรื่องใดของพี่น้องตระกูลกริมม์เลยทีเดียว

MANI PENINSULA, GREECE

Credit: Getty Images

จิตวิญญาณนักรบและความงามที่ถูกสตาฟไว้ในกาลเวลา

ที่ปลายสุดทางใต้ของภูมิภาคเพโลพอนนีส คาบสมุทรมานี (Mani Peninsula) ทอดตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวและตัดขาดจากโลกภายนอก ที่นี่ไม่ใช่กรีซในแบบบ้านสีขาวหลังคาสีฟ้าที่เราคุ้นตา แต่เป็นดินแดนแห่ง "บ้านหอคอยหิน" ตระหง่านกลางภูมิประเทศอันแห้งแล้ง ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การปกป้องตนเองอันยาวนานของตระกูลต่างๆ ในอดีต

จากเมืองศูนย์กลางอย่าง อาเรโอโปลี (Areopoli) ถนนเส้นเล็กคดเคี้ยวจะพาคุณมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน วาทเทีย (Vathia) ที่ตั้งอยู่บนสันเขาแหลมคมราวกับคมมีด กลุ่มหอคอยหินที่เรียงรายดูคล้าย "เม่นหิน" ท้าทายแสงแดดและแรงลมมานานนับศตวรรษ มานีคือสถานที่ที่กลั่นกรองเอาความภาคภูมิใจ ความโดดเดี่ยว และจิตวิญญาณนักรบออกมาเป็นภาพเงาที่งดงามและเรียบง่ายอย่างดื้อรั้น เป็นฉากทัศน์สุดท้ายของยุโรปที่งดงามจนยากจะลืมเลือน

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.cntraveller.com/article/7-wonders-of-europe-for-2026 


บทความที่เกี่ยวข้อง
สถานที่จัดการแข่งขันทั้งหมดสำหรับกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวมิลาน-คอร์ทีนา 2026
เจาะลึกสถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว มิลาน-คอร์ทีนา 2026 ครบทุกสนาม ตั้งแต่ความยิ่งใหญ่ของสนามซานซีโรในมิลาน ไปจนถึงเนินสกีระดับโลกในเทือกเขาโดโลไมต์ ประเทศอิตาลี
 Swing & Travel สนามกอล์ฟ บรรยากาศดี พัตต์เพลิน เที่ยวต่อได้ทั้งวัน
รวมพิกัดสนามกอล์ฟในไทยที่จะมอบประสบการณ์เหนือระดับให้ทุกช่วงเวลาของคุณและแก๊งเพื่อน เป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและน่าจดจำ
The best place to travel in 2026
การเดินทางท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แต่มันคือการได้เข้าไปอยู่ใน "เรื่องราว" ที่เราเคยหลงรักผ่านหน้าจอภาพยนตร์ ในปี 2026 นี้ เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Set-jetting หรือการตามรอยสถานที่ถ่ายทำหนังกำลังเปลี่ยนแผนที่โลกให้กลายเป็นสตูดิโอขนาดยักษ์ และนี่คือ 9 โลเคชั่นที่คัดมาแล้วว่า "สวยสะกด" จนคุณแทบไม่เชื่อสายตา
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้